posttoday
โลกสะท้านทางแก้ยุโรป เจ้าหนี้เจ็บ วิกฤตไม่จบ

โลกสะท้านทางแก้ยุโรป เจ้าหนี้เจ็บ วิกฤตไม่จบ

25 มกราคม 2555

กลายเป็นอภิมหากาพย์ที่หาบทสรุปได้ยากเสียแล้วสำหรับวิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรป

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

กลายเป็นอภิมหากาพย์ที่หาบทสรุปได้ยากเสียแล้วสำหรับวิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรป ที่ในขณะนี้ต้องยกให้เป็นคราวของประเทศกรีซที่ได้ฤกษ์กลับมาคุกรุ่นอีกระลอก

เนื่องจากเหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือน ก็ถึงคราวที่กรีซจะต้องนำเงินมาชำระหนี้ แถมเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่รัฐบาลกรีซยังยอมรับว่า หากไม่ได้เงินช่วยเหลือก้อนที่ 2 มูลค่ารวม 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากกองทุนอีเอฟเอสเอฟภายในเดือน ก.พ. กรีซอาจต้องเผชิญหน้ากับการผิดนัดชำระหนี้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าวิบากกรรมของกรีซจะยังไม่หมดแค่นั้น เพราะก่อนที่จะได้เงินช่วยเหลือรอบ 2 ตามที่หวังไว้ กรีซจะต้องทำตามเงื่อนไขของการขอเงินช่วยเหลือ ซึ่งหมายถึงการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างรัฐบาลกรีซกับกลุ่มสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (พีเอสไอ) ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มเจ้าหนี้ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อพลิกดูรายละเอียดข้อเสนอที่รัฐบาลกรีซเสนอต่อบรรดาเจ้าหนี้ บวกกับแรงกดดันของเหล่าผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) แล้ว นักวิเคราะห์หลายสำนักต่างอดไม่ได้ที่จะแสดงความเห็นใจในชะตากรรมที่เจ้าหนี้ต้องประสบไม่ได้

เพราะเงื่อนไขขอร้องแกมบังคับที่เจ้าหนี้ต้องสมัครใจรับ ที่มีทั้งการยอมลดหนี้ให้กรีซ 50% เพื่อทำให้กรีซมีปริมาณหนี้ลดลงจาก 160% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เหลือ 120% ต่อจีดีพีในปี 2563 ซึ่งเป็นระดับที่มีเสถียรภาพต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และการให้อัตราดอกเบี้ยค่าตอบแทนในพันธบัตรระยะยาวฉบับใหม่ที่ต้องอยู่ในระดับต่ำกว่า 3.5% แถมด้วยมีระยะเวลาชำระเงินยาวนานถึง 30 ปีนั้น

โลกสะท้านทางแก้ยุโรป เจ้าหนี้เจ็บ วิกฤตไม่จบ

เป็นเงื่อนไขที่บอกได้คำเดียวว่า บรรดาเจ้าหนี้ที่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสถาบันการเงินหรือภาคธนาคารไม่ได้อะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องสูญเสียรายได้จากการลงทุนลงแรงช่วยเหลืออีก

ทว่า สิ่งที่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์หวาดหวั่นที่สุดก็คือผลลัพธ์จากการเจรจาในครั้งนี้

เพราะถึงแม้จะทำให้กรีซรอดพ้นการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะช่วยไม่ให้วิกฤตลามเข้าสู่ภาคการเงินแล้วกระจายไปสู่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างอิตาลีหรือสเปน พร้อมกับยืดเวลาต่อชีวิตแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของตนเองต่อไปสักระยะ

แต่การบีบให้เจ้าหนี้ต้องร่วมรับผิดชอบจำนวนหนี้มหาศาลที่ตนเองไม่ได้ก่อ ไม่ต่างอะไรกับบ่อนทำลายระบบการเงินการธนาคารของทวีปยุโรปทั้งหมดให้อ่อนแอลง เนื่องจากท้ายที่สุดนักลงทุนก็ขาดความเชื่อมั่นที่จะนำเงินมาผูกติดไว้กับระบบการเงินของยุโรปที่ดูจะโบ้ยให้นักลงทุนที่นำเงินมาให้ธนาคารและสถาบันการเงินไปดำเนินการทำกำไรต้องเจ็บตัวอยู่ร่ำไป

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าปวดหัวอีกประการหนึ่งก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่าจนแล้วจนรอดบรรดาผู้นำกลุ่มอียูก็ยังไม่สามารถหามาตรการรูปธรรมชัดเจนมารองรับเพื่อสร้างความมั่นใจว่าภาคการเงินของอียูจะไม่ได้รับผลกระทบ

พูดให้ง่ายเข้าก็คือ อียูในขณะนี้ไม่มีกลไกใดๆ ที่จะปกป้องไม่ให้ธนาคารและสถาบันการเงินของภูมิภาคที่เชื่อมโยงถึงกันหมดต้องเจ็บตัว

ทั้งนี้ บรรดากองทุนแก้ปัญหาหนี้อย่างกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ที่สหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นกองทุนกู้ยืมฉุกเฉินให้กับสมาชิกยูโรโซนเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะในภูมิภาคยุโรป โดยไม่ให้กระทบกับภาคธนาคารนั้น กำลังตกอยู่ในภาวะง่อนแง่นเต็มที หลังจากโดนเอสแอนด์พี บริษัทจัดอันดับปรับลดความน่าเชื่อถือ จนไม่มีสถาบันการเงินหน้าไหน หรือแม้กระทั่งชาติสมาชิกอียูอยากใส่เงินเพิ่มลงไปให้

ขณะที่ทางกองทุนตัวใหม่อย่างกองทุนกลไกสร้างเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) ที่จะนำมาใช้แทนอีเอฟเอสเอฟ ก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน เนื่องจากประเทศสปอนเซอร์หลักๆ เช่น เยอรมนี ก็เริ่มอิดออดที่จะโปะเงินเข้ากองทุนเพิ่มเติมจากเดิมที่ใส่ลงไป

เช่นเดียวกันกับกองทุนช่วยเหลือที่ไอเอ็มเอฟตั้งขึ้นเพื่อระดมจากชาติสมาชิก เพื่อช่วยเหลือชาติหนี้ท่วมในอียูก็ประสบปัญหาในการระดมทุน

เหตุผลก็เพราะทุกฝ่ายต่างเริ่มลังเลที่จะให้เงินช่วยเหลือกับวิกฤตที่ไม่มีความแน่นอนชัดเจนใดๆ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ยังวนเวียนกลายเป็นวงจรซ้ำซาก ที่แทนที่ให้เงินช่วยเหลือไปแล้วประเทศเหล่านั้นจะดีขึ้น กลับตาลปัตรกลายเป็นว่านอกจากเศรษฐกิจของประเทศจะไม่ดีขึ้นตามที่หวังเอาไว้ หนี้ที่มีอยู่กลับพอกพูนขึ้นมาอีก

เรียกได้ว่าตราบใดที่ยุโรปยังไม่มีเงื่อนไขและมาตรการรูปธรรมชัดเจนที่จะเสริมความมั่นใจในภาคการเงินของภูมิภาคได้ ยุโรปก็ยังคงต้องเผชิญกับวังวนวิกฤตหนี้ซ้ำซากจนต้องกระอักอยู่ร่ำไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท