
มติวุฒิฯ82ต่อ49ผ่านงบปี55
วุฒิสภาผ่านงบ55 ด้วยมติ 82 ต่อ 49 สว.อภิปรายปากแฉะ 20 ชั่วโมง ขณะที่รัฐบาลใช้เวลาชี้แจงแค่ 11 นาทีมีรัฐมนตรีร่วมประชุม4คน
วุฒิสภาผ่านงบ55 ด้วยมติ 82 ต่อ 49 สว.อภิปรายปากแฉะ 20 ชั่วโมง ขณะที่รัฐบาลใช้เวลาชี้แจงแค่ 11 นาทีมีรัฐมนตรีร่วมประชุม4คน
เมื่อเวลา 19.30น. ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเสียงข้างมาก 82 ต่อ 49 เสียงเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ระงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 จำนวน 2.3 ล้านล้านบาท โดยขั้นตอนต่อจากนี้นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯภายใน20วันนับแต่วันที่ได้รับร่างพ.ร.บ.จากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 150
สำหรับการประชุมวุฒิสภาในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ได้ใช้เวลา 2 วันรวม 20.15 ชั่วโมง ซึ่งเนื้อหาการอภิปรายส่วนใหญ่สว.ได้เรียกร้องและเสนอแนะให้รัฐบาลมีแผนบริหารจัดการหนี้สาธารณะที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบายประชานิยมและการฟื้นฟูประเทศจากปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาล
ส่วนเรื่องการเมืองขอให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งหาแนวทางป้องกันไม่ให้มีฝ่ายการเมืองนำสถาบันพระมหากษัตริย์มายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง ขณะเดียวกัน ยังแสดงความไม่พอใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการไม่มาร่วมประชุมวุฒิสภา และการไม่ให้ความสำคัญของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการมาตอบชี้แจงประเด็นคำถามของวุฒิสภา
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาร่วมประชุมวุฒิสภาเพราะมีราชการไปต่างประเทศ และทำงาน 7 วันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ การไม่มาร่วมประชุมวุฒิสภาไม่ได้หมายความว่านายกฯไม่ให้ความสำคัญเพราะนายกฯตระหนักว่าถ้าวุฒิสภาไม่เห็นชอบจะส่งผลให้รัฐบาลไม่มีงบประมาณในการบริหารประเทศ
"ขออภัยแทนท่านนายกฯไว้ ณ ที่นี้ด้วยเพราะเมื่อนายกฯประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จก็ต้องเดินทางไปต่างประเทศทันที อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอรับทราบข้อเสนอแนะของวุฒิสภาไปทั้งหมดและจะขอรายงานความคืบหน้าให้รัฐสภาทราบเป็นระยะต่อไป" นายยงยุทธ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการประชุมนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สรุปเวลาที่ใช้ไปในการประชุมว่า วุฒิสภาได้ใช้เวลา 20.15 ชั่วโมง ขณะที่ คณะรัฐมนตรีใช้เวลาตอบข้อชี้แจง 11 นาที ส่วนรัฐมนตรีที่มาร่วมประชุมเหลือเพียง 4 คน ได้แก่ 1.นายยงยุทธ 2.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม 3.นายทนุศักดิ์ เล็ก รมช.คลัง และ 4.นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง







