posttoday
กางแผนป้องกันน้ำท่วมปี55

กางแผนป้องกันน้ำท่วมปี55

24 มกราคม 2555

กางแผนเร่งด่วนซ่อม- สร้างระบบป้องกัน-บรรเทาน้ำท่วมปี 55 ภายใต้งบประมาณ 1.1หมื่นล้านบาท

กางแผนเร่งด่วนซ่อม- สร้างระบบป้องกัน-บรรเทาน้ำท่วมปี 55 ภายใต้งบประมาณ 1.1หมื่นล้านบาท 

โดย....สิทธิณี ห่วงนาค

แผนงานโครงการเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัยปี 2555 ในส่วนของกรมชลประทานตามแผนที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) ได้วางไว้ มีหลายโครงการที่น่าสนใจว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันภายในปี  2555 สมกับการเป็นโครงการเร่งด่วนหรือไม่ และที่สำคัญจะบรรเทาหรือป้องกันอุทกภัยในครั้งต่อๆไปได้หรือไม่ ท่ามกลางความวิตกของประชาชนกับเวลาที่เหนือก่อนถึงฤดูฝนประมาณ  4-5 เดือนข้างหน้า

จากนโยบายกยน. กรมชลประทานได้งบประมาณในปี2555 จำนวน  1.1 หมื่นล้านบาท ได้วางโครงการที่จะต้องดำเนินการไว้  4 ด้านประกอบด้วย 

1.การป้องกันน้ำล้นจากแม่น้ำ จำนวน 39 แห่ง  วงเงิน 4,597 ล้านบาท โดยทั้งหมดเป็นการปรับปรุงคันกั้นน้ำ

2.การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกแม่น้ำ/ทะเล  จำนวน  105 โครงการวงเงิน 4,650 ล้านบาท แบ่งเป็นการขุดลอกคลอง  30แห่ง  571 ล้านบาท การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ1 แห่ง  731  ล้านบาท การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ 22 แห่ง  253 ล้านบาท ชุดเครื่องจักร เครื่องมือเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาเร่งด่วน  3 แห่ง 1 ล้านบาท

3.ระบบเสริมในพื้นที่เศรษฐกิจ(นิคมอุตสาหกรรม/ชุมชน)  18 แห่ง วงเงิน 1,903  ล้านบาท

4.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและการเตือนภัย 3 แห่ง วงเงิน  580 ล้านบาทประกอบด้วยการเชื่อมโยงระบบโทรมาตร 1 แห่ง  80  ล้านบาท และการสำรวจระดับพื้นที่และตรวจสอบค่าพิกัดระดับอาคารชลประทาน  2 แห่ง วงเงิน 500  ล้านบาท

รวมวงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท เป็นงบประมาณดำเนินการในปี  2555 จำนวน  6,600 ล้านบาท ปี 56 วงเงิน 4,515 ล้านบาท ปี 2556 วงเงิน 432  ล้านบาทและปี 2557 วงเงิน  183 ล้านบาท 

 

กางแผนป้องกันน้ำท่วมปี55

ทั้งนี้หากพิจารณาจากสาเหตุของน้ำท่วมในปี  2554 ที่มาจาก1.ปริมาณน้ำในเขื่อนที่ใช้ระดับกักเก็บที่ 65-70 %  ส่งผลให้ในช่วงปลายเดือน ต.ค.  ที่มีพายุเข้ามาต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ  100 %  หรือประมาณ  1.2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) จนต้องปล่อยน้ำวัน100 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาคามปลอดภัยของตัวเขื่อนซึ่งในประเด็นนี้คณะกรรมการ กยน. ได้ให้กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ)ไปจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำว่าจะใช้ระดับใดที่จะกำหนดเป็นจุดกักเก็บที่เหมาะสมในแต่ละปี  ให้แล้วเสร็จ ภายในเดือน ม.ค. และจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำให้แล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค. ร่วมทั้งการกำหนดพื้นที่แก้มลิงสำหรับรับน้ำทั้งเหนือจ.นครสวรรค์และใต้เขื่อนชัยนาท จ.ชัยนาท ลงมาให้แล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค.

2.สาเหตุจากปริมาณน้ำที่บ่าเข้าท่วมต่อเนื่องจากในพื้นที่ฝั่งเจ้าพระยาตะวันออก มีปัญหาพนังกั้นน้ำ และคันคลองในหลายพื้นที่สำคัญพังทลาย เช่นประตูระบายน้ำ(ปตร.)บางโฉมศรี จ.สิงห์บุรีแตก ปตร.บ้านพร้าวแตก และคันกั้นข้าวเม่าจ.อยุธยาพัง ทำให้มวลน้ำทะลักท่วมพื้นที่ทุ่งวังน้อย ทุ่งรังสิต จนท่วมเขตดอนเมือง ในขณะที่ฝั่งตะวันตกซึ่งไม่มีระบบบริหารจัดการน้ำเมื่อ มวลน้ำบ่าเข้าพื้นที่ จ.อยุธยา ทำให้มวลน้ำจากทุ่งเจ้าเจ็ด ผักไห่  จ.อยุธยา มาผนวกกับมวลที่ทะลักพังคันกั้นน้ำที่อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้เข้าท่วมพื้นที่บางบัวทอง บางกรวย ไทรน้อย ทวีวัฒนา บางแค หนองแขม ออกทะเลที่จ.สมุทรสาคร

จากกรณีดังกล่าว กยน.จัดงบ  1.7 หมื่นล้านบาทเพื่อให้ดำเนินการโครงการซ่อมสร้างระบบป้องกันบรรเทาภัยน้ำท่วมระยะสั้น  และจัดระบบบริหารน้ำในพื้นที่ฝั่งเจ้าพระยาตะวันตกเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน

สำหรับยุทธศาสตร์ในการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ได้แยกเป็นฝั่งตะวันออก และตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาเป้าหมายสำคัญคือการรักษาพื้นที่เศรษฐกิจและ 6 จังหวัดที่ต้องปลอดน้ำท่วมคืออยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กทม. สมุทรปราการและสมุทรสาคร   ซึ่งยุทธศาสตร์ในการบริหารน้ำฝั่งตะวันออกประกอบด้วย 1.การปรับปรุงประตูระบายน้ำ  2. การเพิ่มเครื่องสูบน้ำ 3.การขุดลอกคลอง 4.การจัดทำพื้นที่ปิดล้อมย่อยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ (ให้สามารถขนส่งเข้าถึงได้) และการปรับปรุงท่อลอดถนนบางนา-ตราด เพื่อให้การระบายน้ำของฝั่งนี้เพิ่มเป็น  310  ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที มีกรมชลประทานและกรมทางหลวงรับผิดชอบ

การบริหารน้ำด้านตะวันตกประกอบด้วย  1.การทำคันป้องกันน้ำท่วมจากแม่น้ำเจ้าพระยา   2.การเพิ่มการระบายน้ำโดยการสูบน้ำ การเพิ่มทางลอดถนน การขุดลอกคลอง  3.การก่อสร้าง  การเสริมแนวคันกั้นน้ำตามแนวคลองพระยาบรรลือ คลองพระพิมล คลองมหาสวัสดิ์  4.การเพิ่มประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำ มีกรมชลประทานและกรมทางหลวงรับผิดชอบ

ทั้งนี้ในการวางโครงการ กยน.และกรมชลฯได้มีการจัดแบ่งพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาออกเป็น ส่วนๆเพื่อใช้ในการกำหนดโครงการเช่น การบรรเทาและป้องกันอุทกภัยบริเวณเจ้าพระตอนล่าง-กลางน้ำ   มีโครงการซึ่งส่วนมากเป็นการปรับปรุงคันกั้นน้ำเพื่อรักษาพื้นที่ชุมชนและปรับปรุงประตูระบายน้ำในจุดที่เสียหายใหญ่ เช่น  โครงการปรับปรุงคันกั้นน้ำผักไห่-ป่าโมก ความยาว 6กิโลเมตร   ปรับปรุงปตร.คลองกระมัง ปรับปรุงปตร.คลองข้าวเม่า อ.อุทัย จ.อยุธยาที่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้มีปริมาณน้ำจากแม่น้ำป่าสักเข้าท่วมพื้นที่ฝั่งเจ้าพระยาตะวันตก เป็นต้น

การบริหารบริเวณเจ้าพระยาปลายน้ำ ประกอบด้วย

1.ปรับปรุงคลองแนวตั้งเพื่อเร่งการระบายน้ำลงทะเล เช่น การฟื้นฟูคลองลัดหลวง ขุดลอกคลองลัดงิ้วราย คลองสุนัขหอน คลองสามบาท คลองบางน้ำจืด คลองพระราชมนตรี

2.การเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของคลองชัยนาท-ป่าสัก และคลองระพีพัฒน์ โดย ปรับปรุงเสริมคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งซ้ายที่มีอยู่เดิม ไปตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสักไปถึงเขื่อนพระราม6

3.พื้นที่กทม.เร่งสำรวจขีดความสามารถในการระบายน้ำ ขยายแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่กทม.   การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบป้อนน้ำเข้าอุโมงค์ยักษ์  การปรับปรุงระบบสูบน้ำให้รองรับน้ำหลากได้ด้วยจากที่รับแต่น้ำฝน และปรับปรุงระบบสูบน้ำให้เชื่อมโยงกับการระบายออกสู่ทะเล

 อย่างไรก็ตามโครงการที่กรมชลประทานได้มีการจัดวาง หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณทุกโครงการจะเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 จนถึง  2557  ระยะเวลาแล้วเสร็จตั้งแต่ 90 -720  วัน  ซึ่ง มีหลายโครงการที่น่าสนใจว่าจะมีประสิทธิภาพได้จริงตามเป้าหมายหรือไม่  หลังจากนี้เป็นต้นไป จะเป็นหน้าที่ของประชาชนในการกวดขันทุกโครงการให้  แล้วเสร็จตามตามรางปฏิบัติงาน  โดยมีความทุกข์ของประชาชนเป็นตัวประกัน

********************

โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยระยะเร่งด่วน ที่น่าสนใจ

โครงการลดผลกระทบต่อพื้นที่กทม.ชั้นนอกและชั้นใน

1.โครงการประตูระบายน้ำ(ปตร.)กลางคลองรังสิต(8-9)  วงเงิน 58 ล้านบาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกไปทางนครนายก

2.โครงการปตร.รังสิตคลอง 13  วงเงิน 65 ล้านบาท

3.โครงการก่อสร้างปตร.คลอง 13 คลองหกวาสายล่าง วงเงิน  60 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของคลองระพีพัฒน์และคลอง 13  และรองรับการระบายน้ำของคลองรังสิตจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก

4. ปรับปรุงคลองเปรมใต้ (หลักหก) วงเงิน  28 ล้านบาทป้องกันน้ำท่วมกทม.และชุมชนบริเวณคลองเปรมประชากรและหมู่บ้านใกล้เคียงเช่นเมืองเอก

5.ปรับปรุงสถานีสูบน้ำสมบูรณ์ วงเงิน 180  ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำออกจากคลองหกวาสายล่างสู่แม่น้ำนครนายก

6. ก่อสร้างสถานีสูบน้ำประตูน้ำ(ปตน. )มหาสวัสดิ์2 วงเงิน 220  ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน  บรรเทาอุทกภัยในอ.พุทธมณฑล นครชัยศรี จ.นครปฐม

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69