
เข้มสกัดบึ้มป่วนซ้ำ คาดโทษ 88 สน.เด้งเข้ากรุ!
8...อิทธิกร เถกิงมหาโชค
ความตึงเครียดเกิดขึ้นทันทีและขยายตัวไปทั่ว กทม. หลังสิ้นเสียงระเบิดตูมแรกที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยถนนสีลม ซอย 19
ใจกลางเมืองกรุงแท้ๆ แต่คนร้ายก็ยังกล้าก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญชาวเมือง ตระเวนขว้างระเบิดรวมถึง 4 จุด 4 มุมเมือง!
คำถามที่ตามมาคือกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วางมาตรการไว้แน่นหนาและเข้มข้นแค่ไหนกันกับการดูแลชีวิตและทรัพย์สินคน กทม. ในท่ามกลางสถานการณ์สุ่มเสี่ยงแบบนี้?
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น.เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. สั่งกำชับให้การปฏิบัติหน้าที่มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น พร้อมกับสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ
ขณะนี้ได้ออกภาพสเกตช์คนร้ายได้แล้ว 1 ราย หลังสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ขว้างระเบิดด้านหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม 19 โดยจะแจกจ่ายภาพสเกตช์ไปยังตำรวจทั่วประเทศ เพื่อสืบหาเบาะแสและเร่งสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้ต่อไป
สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุด้านหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ซอย 19 พื้นที่ สน.ยานนาวา มี 2 รายใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ เป็นชายอายุ 30 ปี ใบหน้าแบน โหนกแก้มสูง ไว้ผมรองทรง สูง 170 ซม. สวมชุดดำหรือสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งฝ่ายสืบสวนได้เร่งตรวจสอบในรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับตัวบุคคล และขอให้ประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวคนร้ายช่วยแจ้งเบาะแสมายัง บช.น. หรือตาม สน.ในพื้นที่ต่างๆ
มาตรการที่เข้มข้นยิ่งขึ้นก็คือ หากเกิดเหตุระเบิดธนาคารกรุงเทพไม่ว่าสาขาใดก็ตาม ถือว่า ผู้กำกับการ (ผกก.) ที่รับผิดชอบปล่อยปละละเลย ต้องถูกเรียกตัวมาช่วยราชการ บช.น.ทันที 30 วัน
ยังรวมถึง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ที่เข้าเวรอำนวยการ รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม และสารวัตรสืบสวน โดยเบื้องต้นเจาะจงเฉพาะกรณีธนาคารกรุงเทพเพียงอย่างเดียวก่อน
ส่วนสถานที่สำคัญอื่นๆ ยังคงต้องเฝ้าตรวจสอบอย่างเข้มงวดเช่นกัน
ทั้งนี้ บช.น. ใช้แผน
“ธันวา 52” ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กทม. เบื้องต้นเตรียมกำลังไว้ 29 กองร้อย (4,350 นาย) สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันจากตำรวจ บก.น.19, ตำรวจ 191ได้ประสานกับทหารในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานร่วมกันตั้งด่านจุดสกัด หรือว.43 จำนวน 5 จุดสำคัญในพื้นที่ชั้นใน ประกอบด้วย บริเวณแยกอู่ทองใน 2.แยกศรีอยุธยา ด้านหน้ากระทรวงการต่างประเทศ 3.แยกนางเลิ้ง 4.บริเวณศาลฎีกา และ 5.แยกสี่เสาเทเวศร์
พื้นที่ชั้นในกองบังคับการตำรวจนครบาล (บก.น.) 1 เป็นเจ้าภาพหลัก จัดกำลังตำรวจจุดละ 4 นาย และกำลังทหารสนับสนุนประจำจุดตรวจ 5 นาย รวม 25 นาย ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
เสริมด้วยชุดสายตรวจร่วมด้วยจักรยานยนต์เคลื่อนที่เร็ว ใช้กำลังตำรวจ20 นาย ทหาร 20 นาย รวม 40 นายออกตรวจพื้นที่ร่วมกันตั้งแต่เวลา 22.0006.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
สำหรับพื้นที่ชั้นกลางและชั้นนอกออกไป เป็นหน้าที่รับผิดชอบของตำรวจพื้นที่ทั้ง 88 สน. ที่ บช.น. มีคำสั่งตั้งด่านตรวจมากกว่า 200 แห่ง เฉลี่ย สน.ละ 2 แห่ง กวดขันในช่วงเวลากลางคืนเป็นพิเศษ เพื่อตรวจค้นสกัดสิ่งผิดกฎหมาย และการลำเลียงอาวุธเข้ามาก่อเหตุร้าย
กองกำลังผสมตำรวจทหารภายใต้การสั่งการของคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) ของรัฐบาล จัดเตรียมกำลังไว้ทั้งหมด 54 กองร้อยประมาณ 8,100 นาย เป้าหมายสำคัญคือรับมือความเคลื่อนไหวของกลุ่ม
“คนเสื้อแดง” ที่อาจระดมมวลชนออกมาสร้างความวุ่นวายได้หลังเกิดเหตุระเบิดธนาคารกรุงเทพทั้ง 4 จุด พล.ต.ท.สัณฐาน ยังได้สั่งเพิ่มระดับ รปภ.บุคคลสำคัญในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลขั้นสูงสุดประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องคมนตรี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และบุคคลสำคัญอื่นๆ เพื่อสกัดการคุกคามจากผู้ไม่หวังดี
สำหรับพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ได้สั่งการให้ตำรวจท้องที่ประสานงานกับตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.) 1, 2, 7 ตามแผน
“กรกฎ 52” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสั่งการให้ทุก สน.ในพื้นที่ทำการถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวบริเวณรอบของบ้านบุคคลสำคัญ และวางกำลัง รปภ. 24 ชั่วโมงส่วนการหาข่าวความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลต่างๆ ใช้กำลังชุดสืบสวน บก.น.19 และศูนย์สืบสวน บช.น. บันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และคำปราศรัยไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) มีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะเพื่อปรับกำลังตามความเหมาะสม
ส่วนการหาข่าวใช้กำลังชุดสืบสวน บก.น.19 และศูนย์สืบสวน บช.น. บันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และคำปราศรัยของแกนนำผู้ชุมนุมที่พูดไว้เป็นหลักฐานดำเนินคดี และได้จัดทีมพนักงานสอบสวนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุระเบิดทุกจุดมีความเชื่อมโยงกัน แต่อย่าเพิ่งไปคาดเดาว่าเป็นกลุ่มไหน
อย่างไรก็ดี ได้กำชับตำรวจนครบาล 5 เรื่อง คือ 1.ให้เพิ่มความระมัดระวังจุดเสี่ยงต่างๆ และบ้านบุคคลสำคัญ 2.ติดตามกลุ่มที่จะมีการชุมนุม 3.เพิ่มความเข้มงวดและเฝ้าระวังธนาคารกรุงเทพทุกสาขาทั่วประเทศ4.หากกำลังไม่เพียงพอให้ประสานขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ทหารในการป้องกันเหตุ และ 5.ดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน
หากพบบุคคลไม่น่าไว้วางใจ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านสายด่วน 191 หรือสายด่วน กทม. 1555
ทั้งนี้ สถานการณ์โดยรวมทั่วประเทศยังไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง ได้สั่งการให้แต่ละพื้นที่เฝ้าฟังการชุมนุมและรายงานต้นสังกัดตามลำดับ







