
แนะคิดรอบด้านก่อนยุบรวมกองทุนสุขภาพ
"มาร์ค" เตือน ยุบรวมกองทุนสุขภาพต้องคิดรอบด้าน แนะทำเรื่องนี้ต้องปฏิรูปใหญ่
"มาร์ค" เตือน ยุบรวมกองทุนสุขภาพต้องคิดรอบด้าน แนะทำเรื่องนี้ต้องปฏิรูปใหญ่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ต่อกรณีที่รัฐบาลมีแนวความคิดในการรวม 3 กองทุนสุขภาพ ประกันสังคม-ข้าราชการ-บัตรทองนั้น ว่า เป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันมานาน และต้องระมัดระวังเรื่องตัวเลข และ ข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ กรณีการนำงบประมาณแล้วหารด้วยจำนวนผู้ใช้บริการ อย่างกรณีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รักษาฟรีนั้น ตัวเลขดังกล่าวรวมเงินเดือนของแพทย์และบุคลากรแล้วหรือไม่ ซึ่งกรณีของประกันสังคมนั้นไม่ได้รวม อีกทั้ง จำนวนผู้ใช้บริการในระบบสวัสดิการข้าราชการนั้น เป็นการคาดคะเน เพราะไม่เคยรู้ว่าคนที่อยู่ในระบบนี้มีจำนวนกี่คน แต่เป็นที่เข้าใจกันดีว่าค่าใช้จ่ายต่อหัวนั้นสูงมาก ในขณะที่หลายโรงพยาบาลนำเงินที่ได้จากสวัสดิการราชการมาช่วยอุดรูรั่วที่เกิดขึ้นได้
“เราต้องมองในหลายแง่มุม ผมเห็นด้วยว่าทุกคนควรจะมีสิทธิในการที่จะได้รับการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน แต่การที่บอกว่าเหลือระบบเดียวอะไรจะตามมา และความเป็นธรรมก็ต้องมองกันในอีกหลายแง่มุม เช่นคนที่อยู่ในระบบประกันสังคมเขาก็บ่น เพราะเงินที่เป็นระบบประกันสังคมนั้นเขาต้องจ่ายเงินสมทบเข้าไปด้วย และเขาก็จ่ายภาษี แล้วภาษีก็ไปช่วยระบบรักษาฟรีของชาวบ้าน กับของข้าราชการ ดังนั้นระบบประกันสังคมนั้นจึงเป็นการจ่ายให้ตัวเอง และจ่ายให้อีก 2 ระบบด้วย ขณะที่ข้าราชการเขาก็บอกว่าที่ต้องได้สวัสดิการดีตรงนี้เพราะเขารับราชการในระบบด้วยการยอมได้เงินเดือนต่ำเพื่อแลกกับสวัสดิการ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การนำมายุบรวมกันทั้งหมดจะเกิดความเป็นธรรมนั้น จึงต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรกับเงินของผู้ใช้แรงงานที่ใช้ระบบประกันสังคมที่จ่ายเข้าไปแล้วว่าจะคืนให้หรือเปล่าหรืออย่างไร ดังนั้นการมีมากกว่า 1 ระบบก็มีข้อดี เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งพยายามผลักดันมา และเห็นว่าคนที่อยู่ในระบบประกันสังคมควรจะมีสิทธิ์เลือกว่าจะจ่ายเงินสมทบเพื่ออยู่ในประกันสังคม หรือจะไม่จ่ายแล้วมาอยู่ในระบบของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ารักษาฟรี
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากต้องการจะทำเรื่องนี้ก็ควรมีการปฏิรูปให้เป็นเรื่องใหญ่ โดยรัฐบาลที่แล้วได้เริ่มต้นด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ที่มี อ.อัมมาร์ สยามวาลา เป็นประธาน เพื่อทำการศึกษาถึงแนวทางที่เหมาะสม และเรื่องนี้น่าจะมีการนำไปสู่ระบบที่นิยามบริการพื้นฐานที่ทุกคนควรจะได้รับฟรีเท่าเทียมกัน และระบบอื่นจะเข้ามาเสริม ด้วยการเปิดให้เป็นทางเลือก
“บางทีเราอยากทำอะไรที่คิดว่าจะเกิดความเสมอภาคมันก็ไม่เสมอไป เพราะถ้าเอาทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อบอกว่าทุกคนเสมอภาค แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะก็จะมีความเหลื่อมล้ำในเชิงคุณภาพเกิดขึ้น ถ้าระบบนี้เป็นระบบที่ไม่เป็นที่พอใจ พึงใจ คนที่มีสตางค์ก็ไม่ใช้ระบบนี้อยู่นี้ เขาก็ไปจ่ายเงินในโรงพยาบาล แล้วสุดท้ายพอจ่ายเงินโรงพยาบาลมาก ๆ เหมือนที่เราเห็นการบริการชาวต่างชาติอยู่ มีค่าตอบแทนสูงมาก ก็จะดึงหมอออกไปจากระบบที่มาดูแลบริการทั้งหมดด้วย ต้องดูให้ครบทุกแง่มุมครับ ผมไม่ปฏิเสธว่า มีความจำเป็นที่ต้องปฏิรูป แต่การเอาตัวเลข 3 ตัวแล้วเอาเงินมาหารจำนวนผู้อยู่ในแต่ละระบบแล้วบอกว่าต้องยุบเป็นกองทุนเดียวผมว่ามันง่ายเกินไปที่จะไปสรุปอย่างนั้น” นายอภิิสิทธิ์กล่าว







