
แฉเล่ห์นายจ้างบีบคนงานลาออก ตัวเลขตกงานแฝงครึ่งแสนคน
แม้สถานการณ์น้ำท่วมหนักเมื่อปลายปี 2554 จะคลี่คลายจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
โดย...วิทยา ปะระมะ
แม้สถานการณ์น้ำท่วมหนักเมื่อปลายปี 2554 จะคลี่คลายจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่คราบน้ำแห้งเกรอะกรังตามผนังกำแพงยังคงมีให้เห็น เช่นเดียวกับผลกระทบของมันที่ยังกระเพื่อมหลอกหลอนชีวิตใครหลายคนจนทุกวันนี้
บางคนเจอกับภาระค่าซ่อมรถ ซ่อมบ้าน ควักเงินสำรองฉุกเฉินไม่พอ ต้องกู้หนี้ยืมสิน หลายคน โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ต้องหยุดงานไม่มีรายได้ บางคนโชคร้ายกว่าต้องถูกเลิกจ้างตั้งแต่น้ำยังไม่ทันแห้ง
จากตัวเลขของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ณ วันที่ 16 ม.ค. ระบุว่า มีแรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วมถูกเลิกจ้างแล้ว 2.7 หมื่นคน ขณะที่อธิบดี กสร.คาดการณ์ว่า ตัวเลขการเลิกจ้างน่าจะอยู่ที่ 5 หมื่นคน
ฟังดูไม่เยอะเมื่อเทียบกับจำนวนแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมดเกือบ 1 ล้านคน แต่ในความเป็นจริงตัวเลขการเลิกจ้างจะเป็นไปตามข้อมูลที่ภาครัฐรายงานหรือไม่ ก็ยังมีประเด็นให้ฉุกคิด
“ชาลี ลอยสูง” ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขการเลิกจ้างที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้ เหตุเพราะยังมีแรงงานอีกจำนวนมากที่ถูกนายจ้างใช้เล่ห์เหลี่ยมกดดันให้ลาออกไปเอง เมื่อลาออกเองจึงไม่นับว่าถูกเลิกจ้างและทำให้ตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่ควรเป็น
ชาลี ชี้ว่าวิธีการที่นายจ้างใช้กดดันคนงานมีหลายวิธี เช่น การย้ายงานให้ไปทำงานที่ไกลๆ ในต่างอำเภอหรือต่างจังหวัด ทำให้คนงานต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และครอบครัวจนทนไม่ได้ต้องลาออกไปเอง
โรงงานบางแห่งใช้วิธีอ้างผลกระทบจากน้ำท่วม งดสวัสดิการและโอทีทำให้เหลือแค่รายได้จากค่าจ้างขั้นต่ำ ทุกวันนี้แรงงานอยู่ได้ด้วยโอที เมื่อไม่มีโอทีรายได้ก็หดหายจนทนไม่ไหวลาออก ที่ร้ายกว่านั้นมีโรงงานหลายแห่งใช้วิธีค้างจ่ายเงินเดือน 34 เดือน ไม่ติดต่อให้คนงานกลับมาทำงานจนคนงานเข้าใจว่าเลิกจ้างไปแล้ว จึงต้องลาออกเพื่อไปทำงานที่อื่น
“ต้องเข้าใจว่าตอนน้ำท่วมคนงานกระจัดกระจายกันไปหมด นายจ้างก็ไม่ติดต่อ ไม่จ่ายเงินเดือน พอไม่มีเงินคนงานก็อยู่ไม่ได้ต้องลาออก ที่ต้องลาออกก่อนก็เพราะชื่อจะไปปรากฏในฐานข้อมูลประกันสังคม ถ้าไม่ออกจากที่เดิมก่อนก็สมัครงานที่ใหม่ไม่ได้” ชาลี กล่าว
ด้วยเล่ห์เหลี่ยมลักษณะนี้ ทำให้ตัวเลขการเลิกจ้างมีน้อย คนงานก็เสียสิทธิเพราะการลาออกเองไม่ได้เงินชดเชยเลิกจ้าง
“ตอนนี้มีปัญหาแบบนี้เยอะมาก เราคาดว่าคนที่โดนบีบให้ลาออกน่าจะอยู่ที่ 45 หมื่นคน โดยเฉพาะที่อยุธยาที่เดียวก็ร่วมๆ 23 หมื่นคนแล้ว พวกนี้เป็นการเลิกจ้างแฝง ถ้าเอาไปรวมกับตัวเลขอย่างเป็นทางการตัวเลขการเลิกจ้างที่แท้จริงจะอยู่ราวๆ 1 แสนคน”ชาลี กล่าว
ชาลี ทิ้งท้ายว่า อยากฝากกระทรวงแรงงานให้มีมาตรการคุ้มครองแรงงานที่ถูกเลิกจ้างมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาเมื่อคนงานร้องเรียนว่านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง กระทรวงจะเชิญนายจ้างมาเจรจาไกล่เกลี่ยให้จ่ายเงิน แต่การแก้ปัญหาแบบนี้แก้ได้เป็นรายกรณี ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาในภาพรวมแต่อย่างใด







