posttoday
ครม.ปูหัวคะมำบัญชีดำ-กองทัพอึมครึม

ครม.ปูหัวคะมำบัญชีดำ-กองทัพอึมครึม

22 มกราคม 2555

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฮไลต์อยู่ที่การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) 16 ตำแหน่ง

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฮไลต์อยู่ที่การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) 16 ตำแหน่ง

แม้ว่ารัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินมาได้เพียง 5 เดือนเท่านั้น ภายหลังจากที่ต้องฝ่าฟันกับวิกฤตมหาอุทกภัยครั้งใหญ่อย่างทุลักทุเล การปรับครั้งนี้ถือเป็นการ “ยกเครื่อง” รอบแรก เน้นปรับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ ตามที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้เหตุผลไว้สั้นๆ ว่า “เพื่อความเหมาะสม”

สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนคือ กิตติรัตน์ ณ ระนอง นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.คลัง และมี ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง ปรับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา พ้นจาก รมว.กลาโหม มาแขวนไว้ที่ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ขยับจาก รมว.คมนาคม ไปนั่ง รมว.กลาโหม แทน และให้ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) มานั่ง รมว.คมนาคม และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็น รมช.คมนาคม

ครม.ปูหัวคะมำบัญชีดำ-กองทัพอึมครึม

 

ขณะที่ อารักษ์ ชลธาร์นนท์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท ไทยคม ได้รับความไว้วางใจอย่างยิ่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มานั่ง รมว.พลังงาน แทน พิชัย นิริพทะพันธุ์ ที่หลุดจากเก้าอี้ รมว.พลังงาน ด้าน บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ขยับขึ้นนั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ ส่วน วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ถูกปรับออกจาก รมว.ศึกษาธิการ ไปนั่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูจะยังทำตามนโยบายพรรคไม่เข้าตา และดึง สุชาติ ธาดาธำรงเวช ผู้ที่ช่วยกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจของ พท. มานั่ง รมว.ศึกษาธิการ แทน โดยมี ศักดิ์ดา คงเพชร เป็น รมช.ศึกษาธิการ เช่นเดียวกับ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล และ นลินี ทวีสิน มานั่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วย

ด้านแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็ถึงคิวได้ขยับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีแล้ว อย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มานั่งเก้าอี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ส่วน นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นั่ง รมช.สาธารณสุข ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ มาเป็น รมว.อุตสาหกรรม แทน วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่มีปัญหาสุขภาพร่างกายในโควตาพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

ท่ามกลางเกมการเมืองผสมกับสัญญาใจที่กำหนดกันไว้ล่วงหน้าว่าจะปรับ ครม.ทุกหกเดือน

ทว่าตำแหน่งที่กลายเป็นสายล่อฟ้าอยู่ที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เนื่องจากเป็นนายทหารสายเหยี่ยวและเป็นเพื่อนรัก ตท.10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับเหตุการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549

ทั้งนี้ การเลือก พล.อ.อ.สุกำพล มาเป็น รมว.กลาโหม อาจถูกตีความได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เปลี่ยนใจมาเล่น “ไม้แข็ง” กับกองทัพมากขึ้น หรือเพื่อเดินหน้าแก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม หรือไม่

เสียงสะท้อนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แสดงความไม่เป็นห่วงต่อการปรับ ครม.ครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่า ทหารมีหน้าที่อย่างเดียวคือ เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด ส่วนเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม นั้น เป็นเรื่องของ พล.อ.อ.สุกำพล ทำหน้าที่ตามกรอบอำนาจ และยืนยันว่าทหารจะไม่ออกมาปฏิวัติแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรีที่อาจเพิ่มความร้อนภายใน พท. เพราะแกนนำ นปช. “ณัฐวุฒิ” ได้เป็น รมช.เกษตรฯ เพียงเก้าอี้เดียวเท่านั้น ทับถมด้วยเรื่องของ “นลินี” ที่ถูกสหรัฐขึ้นแบล็กลิสต์ เป็นประเด็นร้อนส่งผลให้แรงกดดันจากแกนนำพรรคที่จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงสปิริตและจริยธรรมทางการเมือง เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานที่ดีในอนาคต โดยให้ นลินี ประกาศลาออกจากตำแหน่งภายหลังจากที่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว

ทางฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษก ปชป. ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมที่ นลินี ทำธุรกิจค้าขายเพชรกับ “มูกาเบ” อดีตประธานาธิบดีซิมบับเว ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับจากสหรัฐ เพราะถือเป็นอาชญากรสงคราม

สถานการณ์ความวุ่นวายยังปั่นป่วนต่อเนื่อง จากการที่ทั่วโลกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทยว่าอาจเกิดอันตรายจากการก่อการร้าย ซึ่งมีเป้าหมายเตรียมวางระเบิด ถนนข้าวสารและถนนสุขุมวิท 22 ที่มีนักท่องเที่ยวนานาชาติเดินทางมาท่องเที่ยว นำไปสู่การขยายผลจับกุม อาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายเฮซบอลเลาะห์ และได้นำตัวไปฝากขังเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้จะจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ แต่สหรัฐไม่ยอมถอนแถลงการณ์เตือนนักท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศจีนได้ถอนประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะมาไทย เป็นผลจากที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปร่วมงานตรุษจีนที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่ง กวนมู เอกอัครราชทูต ได้ขอไปปรึกษากับรัฐบาลจีน เชื่อว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยจะดีขึ้น เพราะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถึง 57.2% คิดว่ารัฐบาลไทยยังไม่มีความพร้อมเพียงพอในการเตรียมรับมือภัยพิบัติการก่อการร้าย

อีกด้านหนึ่ง การย้ายนักโทษการเมืองจำนวน 47 คน มายังเรือนจำสันติบาล บางเขน ที่ถูกปรับปรุงขึ้นใหม่ให้รองรับปัญหานักโทษแออัด ท่ามกลางข้อสังเกตว่าเป็นการเตรียมเรือนจำให้บุคคลจากดูไบหรือไม่ สอดรับกับนโยบายจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจะได้รับเงินจำนวน 7.75 ล้านบาท

จนเกิดคำถามตามมาว่า การจ่ายเงินเยียวยาที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างเงื่อนไขมาตรฐานในสังคมขึ้นมาอีกรอบหรือไม่ ตีราคาชีวิตในการออกมาร่วมชุมนุมทางการเมือง

เรื่องนี้ทำให้ สาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง ปชป. เดินหน้ายื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ขอให้พิจารณาฉุกเฉิน ระงับมติ ครม.เมื่อวันที่ 10 ม.ค. โดยให้เหตุผลว่าเป็นการจ่ายเงินเยียวยาที่ไม่มีระเบียบและอัตราเบิกจ่ายรองรับ ทั้งนี้ตามปกติการเยียวยาให้กับผู้ได้รับความเสียหายทางอาญาจะมีหลักเกณฑ์การจ่าย อาทิ พ.ร.บ.ผู้เสียหายในคดีอาญา กองทุนยุติธรรม หรืองบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว รวมทั้งจะทำให้เกิดปัญหามาตรฐานการปฏิบัติไม่เท่าเทียม เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีมัสยิดกรือเซะ สภ.ตากใบ พฤษภาทมิฬ และคดีอาญาอื่นๆ และส่งผลกระทบวินัยการเงินการคลังของประเทศในการใช้จ่ายเงิน หากจะต้องจ่ายให้กับกลุ่มอื่นเพื่อความเท่าเทียมจะใช้งบประมาณมหาศาลและกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ครม.คิดจะจ่ายอย่างไรก็ได้ สะท้อนการเมืองเข้าแทรกแซงระบบยุติธรรม

ไม่เพียงเท่านี้ เรื่องของคดีหมิ่นสถาบันที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เชิญ ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าให้ปากคำในคดีเป็นครั้งแรก แต่กลับไม่สามารถระบุชัดได้ว่าหน่วยงานใดเป็นฝ่ายจัดทำแผนผังล้มเจ้าที่รวบรวมขึ้น

ความน่าสนใจของคดีนี้ อยู่ที่แผนผังล้มเจ้าของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่มีการระบุรายชื่อบุคคลในผังถึง 39 คน

เรื่องนี้ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งรัฐ ฐานล่วงละเมิดสถาบัน (คดีล้มเจ้า) จะสรุปสำนวนส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 2 คน กรณีกระทำความผิดตามมาตรา 112 ตามแผนผัง ศอฉ. ยืนยันว่ากรณีหลายฝ่ายกังวลว่าดีเอสไอจะเปลี่ยนจุดยืนและล้มคดี แต่จะเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ทั้ง 39 รายชื่อในผัง ศอฉ.มีทั้งกลุ่มคนสีดำและกลุ่มคนสีขาว ดังนั้นจะต้องมีทั้งคนที่กระทำความผิดและคนที่ไม่ได้กระทำความผิด จึงเป็นไปไม่ได้ที่รายชื่อทั้งหมดจะหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา ในสัปดาห์หน้าคดีนี้จะเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท