
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อสูญ29ล้าน
ตำรวจแถลงจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อสูญ 29 ล้านบาท พบขอกลางอื้อ คาดทำเป็นขบวนการ
ตำรวจแถลงจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อสูญ 29 ล้านบาท พบขอกลางอื้อ คาดทำเป็นขบวนการ
ที่กองบัญชากาตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรัตรน์ รักษาการเลขาธิการป.ป.ง. พร้อมด้วยพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. และพล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. แถลงข่าวร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งหลอกลวงประชาชนโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ผู้ต้องหา 5 คน คือ นายวิชัย กองมงคล อายุ 46 ปี, นางอุสาห์ บุญเรือง อายุ 57 ปี, นายเบเบ เชียงหลี่ อายุ 29 ปี, นายธีระเกียรติ แซ่จู อายุ 24 ปี ทั้ง 4 รายเป็นชาว จ.เชียงใหม่ และนายดิลกพัฒน์ รายเรียงวนาขจี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/21 หมู่ 9 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็มธ.กรุงเทพ 126 ใบ สมุดบัญชีเงินฝากธ.กรุงเทพ 32 บัญชี โน๊ตบุก 1 เครื่อง สมุดจดบันทึก ระบุข้อความหมายเลขโทรศํพท์ หมายเลขบัญชีและรหัสบัตรเอทีเอ็ม
โดยพล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา มีอดีตข้าราชการบำนาญหญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งอายุ 68 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างชื่อของ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินว่ายุ่งเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด ก่อนหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชี จนต้องเสียเงินไปเกือบ 30 ล้านบาท จึงร่วมกันวางแผนสืบสวนกับทางตำรวจท่องเที่ยวและจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้ 5 คนที่จังหวัดเชียงใหม่
“แต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยนายวิชัย และนางอุสาห์ จะทำหน้าที่จัดหาสมุดบัญชีจากชาวบ้านพร้อมบัตรเอทีเอ็ม เพื่อไว้หลอกเหยื่อให้โอนเงินเข้ามาให้ โดยจะได้ค่าจ้างจากกลุ่มนายทุนชาวไต้หวันเป็นค่าตอบแทนบัญชีละ 1,000 บาท ส่วนนายเบเบ และนายธีระเกียรติจะทำหน้าที่รวบรวมสมุดบัญชีเพื่อส่งต่อให้กับนายดิลกพัฒน์ ซึ่งเป็นตัวการรายสำคัญในประเทศไทยที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศไต้หวัน” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว
โดยนายดิลกพัฒน์ให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างจากนายไพโรจน์ (ไม่ทราบนามสกุล) ครั้งละ 1 หมื่นบาท ให้หาคนมาเปิดบัญชีธนาคารและเก็บบัตรเอทีเอ็มจากนั้นให้ตนเป็นคนโอนเงินเข้าบัญชีของนายไพโรจน์ โดยทำมาแล้ว 5 ครั้ง นอกจากนี้ ยังรับคำสั่งจากทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นชาวไต้หวันที่ติดต่อมา โดยเงินทั้งหมดที่เหยื่อโอนมาให้นั้น ทางชาวไต้หวันจะเป็นคนกดเงินนำไปใช้ต่อไป
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าบัตรเอทีเอ็ม และสมุดบัญชีธนาคารตรงกับรายชื่อ 85 คนที่ตำรวจกองปราบปรามกำลังจะออกหมายจับอยู่หลายรายการจึงต้องสอบสวนต่อไป และจากการตรวจสอบพบว่าข้าราชการบำนาญที่ไปร้องกองปราบปรามเพื่อให้ดำเนินคดีนั้น พบว่าถูหลอกโอนเงินเข้าบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งหมด 287 ครั้งๆละ 100,000 บาท ใน 35 บัญชี ทำให้สูญเงินเกือบ 30 ล้านบาท โดยจะเป็นการโอนผ่านเครื่องฝากเงินสด ไม่ได้โอนผ่านบัตรเอทีเอ็ม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนเพื่อขยายผลหาผู้ที่อยู่ในขบวนการเพิ่มเติมอีก และเตรียมส่งตัวดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ ทางป.ป.ง.จะเข้ามาตรวจสอบพร้อมกับยึดทรัพย์ของผู้ต้องหาอีกด้วย เพราะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน







