
ชูฮ่องกงโมเดลปราบสินค้าละเมิดแอบถ่าย
“ศิริวัฒน์” สั่งกวาดล้างสินค้าละเมิด เตรียมยึดโมเดลฮ่องกง บีบเจ้าของพื้นที่ห้ามมีสินค้าละเมิดวางขายทั่วประเทศ พร้อมชงกฎหมายแอบถ่าย
“ศิริวัฒน์” สั่งกวาดล้างสินค้าละเมิด เตรียมยึดโมเดลฮ่องกง บีบเจ้าของพื้นที่ห้ามมีสินค้าละเมิดวางขายทั่วประเทศ พร้อมชงกฎหมายแอบถ่าย
นายภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ เลขานุการ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ ได้สั่งให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาทำการสำรวจอาคาร ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้าต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ยังมีการวางจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้แจ้งชื่อสถานที่จำหน่ายสินค้าละเมิดเข้ามา เพื่อทำหนังสือถึงเจ้าของอาคารขอความร่วมมือให้ช่วยสอดส่องดูแล และจัดการกับร้านค้าที่ขายสินค้าละเมิด โดยให้ยึดต้นแบบผู้บริหารอาคารของฮ่องกงและมาเลเซีย ที่ห้ามจำหน่ายสินค้าละเมิดในพื้นที่ ถือเป็นการกดดันไม่ให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดอีกต่อไป
ขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัด ได้ขอความร่วมมือไปยังสมาพันธ์ผู้สร้างภาพยนตร์แห่งสหรัฐ (เอ็มพีเอ) ให้ช่วยสำรวจและแจ้งรายชื่อสถานที่ที่ยังมีการจำหน่ายสินค้าละเมิดมาให้ และจะได้ทำหนังสือขอความร่วมมือให้ช่วยจัดการไม่ให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดด้วย โดยพื้นที่ส่วน กทม.พื้นที่เป้าหมายเบื้องต้น ที่ร้องเรียนสินค้าละเมิด ได้แก่ พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ฟอร์จูน มาบุญครอง และแฟชั่นไอซ์แลนด์
สำหรับการหารือร่วมกับสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาตินั้น ทางสมาคมขอให้กระทรวงเร่งรัดการออกกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายเพราะเป็นห่วงว่าการละเมิดยังมีอยู่มาก ซึ่งได้แจ้งความคืบหน้าไปว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ โดยเพิ่มเรื่องการป้องกันการแอบถ่ายเข้าไป กำลังรอที่ โดยจะนำเรื่องมาหารือร่วมกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ คนใหม่ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะหารือร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อหาทางจัดการกับเว็บไซต์ที่มีการนำสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาขาย เพราะเป็นการละเมิดอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
นายจาฤก กัลย์จาฤก ประธานสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ขอให้กระทรวงเร่งดำเนินการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเร่งด่วน ทั้งกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ กฎหมายป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และกฎหมายเอาผิดกับเจ้าของสถานที่ให้มีการขายสินค้าละเมิด เพราะขณะนี้มีการแอบถ่ายภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เพิ่มมากขึ้นเพื่อนำมาทำเป็นแผ่นซีดี หรือวีซีดีหนังละเมิดวางขายอยู่ทั่วไป รวมถึงในห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง และสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมหนังของไทยปีละนับหมื่นล้านบาท แต่ไม่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำความผิดได้ จึงต้องการให้เร่งออกกฎหมายเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาให้กับอุตสาหกรรม และกู้ภาพลักษณ์ให้ประเทศไทย
ทั้งนี้ ในแต่ละปีอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจะเติบโตประมาณ 10% แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแทบไม่มีการเติบโตเลย เพราะมีการละเมิดมาก สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมนับหมื่นล้านบาทในแต่ละปี จนทำให้ผู้ประกอบการหมดกำลังใจทำงาน และสร้างสรรค์งานใหม่







