
เปิดวาระด่วน กระทรวงเศรษฐกิจปู2
การปรับคณะรัฐมนตรีหลังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศมากว่า 5 เดือน
การปรับคณะรัฐมนตรีหลังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศมากว่า 5 เดือน
ครม.ปู 2 ครั้งนี้ กระทรวงเศรษฐกิจหลักรัฐมนตรีโดนเปลี่ยนตัว ได้แก่ กระทรวงการคลัง พาณิชย์ พลังงาน คมนาคม และอุตสาหกรรม
สำหรับวาระด่วนที่เจ้ากระทรวงจะต้องเข้าไปผลักดัน กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง บอกว่า จะเข้าไปดำเนินการใน 7 เรื่องด่วน ได้แก่ ประเด็นร้อน รมว.คลัง 1.เข็น พ.ร.ก. 4 ฉบับ คือ พ.ร.ก.โอนหนี้ 1.14 ล้านล้านบาท พ.ร.ก.ตั้งกองทุนประกัน 5 หมื่นล้านบาท พ.ร.ก.กู้เงินพัฒนาแหล่งน้ำ 3.5 แสนล้านบาท พ.ร.ก.ธปท.กู้ซอฟต์โลน 3 แสนล้านบาท 2.ขายหุ้นรัฐวิสาหกิจเพื่อลดหนี้สาธารณะ 3.ดันนโยบายประชานิยม เช่น รถคันแรก บ้านหลังแรก 4.วางกรอบเงินเฟ้อปี 2556 5.จัดทำงบปี 2556 ขาดดุลต่อเนื่อง 6.ปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีบาป สิ่งแวดล้อม และ 7.สางปัญหาการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ บุญทรง เตริยาภิรมย์ จะเข้าไปรับงานเร่งด่วน คือ โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีฤดูกาล 2554/2555 เพราะเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่จะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ด้วยการกำหนดราคารับจำนำข้าวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตันละ 1.5 หมื่นบาท โดยขณะนี้ข้าวเข้าโครงการรับจำนำมีแค่กว่า 6 ล้านตันข้าวเปลือก จากผลผลิตข้าวเปลือกนาปี 1819 ล้านตันข้าวเปลือก นอกจากนี้ต้องเร่งผลักดันส่งออกสินค้าไทยปี 2555 ที่กำหนดเป้าขยายตัว 15% ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกรุนแรง จากปัญหาเศรษฐกิจสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐ และการดูแลค่าครองชีพประชาชน หลังรัฐบาลขึ้นราคาพลังงานทั้งก๊าซเอ็นจีวี ก๊าซแอลพีจี และน้ำมันดีเซลทะลุ 31 บาท/ลิตร
อารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน ระบุว่า จะแถลงครั้งเดียวหลังเข้ารับการถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ขณะนี้ขอปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องภาพลักษณ์ที่เป็นคนใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่วนวาระด่วนที่จะต้องทำมี 2 เรื่อง คือ 1.การปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) แยกเป็นการปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีเดือนละ 50 สตางค์/กก. รวม 6 บาท/กก. ในปี 2555 ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกปรับขึ้นจาก 8.50 บาท/กก. เป็น 14.50 บาท/กก. การปรับราคาก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งเดือนละ 41 สตางค์/ลิตร หรือ 75 สตางค์/กก. ให้สอดคล้องกับการขึ้นก๊าซเอ็นจีวี 2.การเจรจาแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมไทยกัมพูชาในพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งจะต้องทำงานควบคู่ไปกับกระทรวงการต่างประเทศ และถือเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการได้ข้อสรุปในการเจรจา
ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ถึงอารักษ์ รมว.พลังงาน คนใหม่จะไม่ได้อยู่แวดวงพลังงาน แต่ก็เชื่อว่ามีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถกับตำแหน่งเป็นอย่างดี
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีต รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า นโยบายที่รัฐมนตรีท่านใหม่ต้องเข้ามาดำเนินการต่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ได้แก่ มาตรการฟื้นฟูผู้ประกอบการภาคการผลิตหลังน้ำท่วม และการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้กลับคืนมาอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างผลกระทบอย่างมากต่อภาคการผลิต ส่วนนโยบายประจำ คือ ต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมสะอาด ส่งเสริมโอท็อป เอสเอ็มอี และขยายพื้นที่อุตสาหกรรมออกไปสู่ชายแดน ส่งเสริมการลงทุนของไทยไปต่างประเทศ
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม อดีต รมว.คมนาคม เดินทางมายังกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการฝากให้รัฐมนตรีคนใหม่ทำต่อ คือ การผลักดันให้งานของกระทรวงให้มีความต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการนาน หากขาดความต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศต่อสภาผู้แทนราษฎร เช่น โครงการรถไฟฟ้า 10 สาย ค่าโดยสาร 20 บาท โครงการรถไฟความเร็วสูง และการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี







