
ตร.ได้ภาพสเกตซ์มือปาบึ้มแบงก์กรุงเทพฯ
ปทีปสั่งตั้งด่าน14จุดสำคัญเฝ้าระวังบ้านพักบุคคลสำคัญเข้ม ตำรวจเผยได้ภาพสเกตซ์มือปาระเบิดธนาคารกรุงเทพฯสาขาสีลม
ปทีปสั่งตั้งด่าน14จุดสำคัญเฝ้าระวังบ้านพักบุคคลสำคัญเข้ม ตำรวจเผยได้ภาพสเกตซ์มือปาระเบิดธนาคารกรุงเทพฯสาขาสีลม
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุด กรณีเหตุลอบวางระเบิดธนาคารกรุงเทพฯ4แห่งในเขตกทม.ว่า ขณะนี้ได้ภาพคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุลอบวางระเบิดธนาคารกรุงเทพฯ สาขาสีลมแล้ว อย่างไรก็ตามไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า เกี่ยวข้องกับกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้ยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่
ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการตำรวจจนครบาล ได้มีคำสั่งแจ้งไปยัง ผู้กำกับ และหัวหน้าสถานีตำรวจทุก สน.เข้าร่วมประชุมเมื่อเวลา 14.00 เพื่อวางแผนการักษาความปลอดภัย โดยได้สั่งให้ ผู้บังคับบัญชาทุก สน.เข้าประชุมด้วยตนเองหลังจากที่เมื่อคืนนี้เกิดเหตุปาระเบิดใส่ธนาคารกรุงเทพ 4 แห่ง และนครบาลได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ดูแลสาขาธนาคารกรุงเทพในพื้นที่นั้นๆ
พ.ต.อ.กิติพันธ์ จุนทการ ผกก.สน.พญาไท เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัย ถูกนำมาวางทิ้งที่หน้าโรงพยาบาลราชวิถี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจาการตรวจสอบพบว่า เป็นกระเป๋าเดินทาง ภายในมีถุงขนม จำนวน 2 ถุง เจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายเรียบร้อยแล้ว และไม่มีวัตถุต้องสงสัยหรือเหตุปั่นป่วนใดๆ เหตุดังกล่าวมีพลเมืองดีแจ้งเจ้าหน้าที่หลังพบว่า กระเป๋าใบดังกล่าวไม่มีเจ้าของถูกทิ้งไว้ ซึ่งเกรงว่าจะเกิดเหตุอันตราย ทั้งนี้สำหรับ รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นหนึ่งในแปดจุดเสี่ยงที่เกิดเหตุการณ์ ตามแผนการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
ด้านพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในกทม.และปริมณฑลเพิ่มกำลัง และความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจโดยเฉพาะ ธนาคารกรุงเทพสาขาต่างๆ 14 จุดสำคัญในกทม.และ 38 จังหวัดที่เคยมีการระมัดระวังไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนบ้านพักบุคคลสำคัญ สถานที่ราชการ และ 9 องคณะพิพากษายังดูแลความปลอดภัยไปเรื่อย ๆ ไม่มีกำหนด
สำหรับเหตุระเบิดทั้ง 4 จุดนั้นได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลและบช.ภ. 1 ดำเนินการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นพบว่าทุกจุดมีความเชื่อมโยงกัน แต่อย่าเพิ่งไปคาดเดาว่าเป็นกลุ่มไหน และตั้งข้อสังเกตุได้ว่าระเบิดที่ใช้ก่อเหตุนั้น บุคคลธรรมดาไม่สามารถครอบครอบได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ จะประสานไปยังกองทัพเพื่อขอกำลังทหารมาช่วย เนื่องจากกำลังไม่เพียงพอ







