
ตร.ตีปี๊บ3ประเทศถอนเตือนก่อการร้าย
โฆษก ตร. ระบุมี2-3ประเทศถอนการแจ้งเตือนก่อการร้ายแล้ว สั่งสตม.ตรวจเข้มพิเศษกลุ่มคนน่าสงสัยบางกลุ่ม ประสานตำรวจสากลทำความเข้าใจไทยปลอดก่อการร้าย
โฆษก ตร. ระบุมี2-3ประเทศถอนการแจ้งเตือนก่อการร้ายแล้ว สั่งสตม.ตรวจเข้มพิเศษกลุ่มคนน่าสงสัยบางกลุ่ม ประสานตำรวจสากลทำความเข้าใจไทยปลอดก่อการร้าย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองสารนิเทศ ในฐานะโฆษกตร. กล่าวถึงความคืบหน้าในการจับกุมนายอาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน ผู้ต้องหามีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ ว่า จากการสอบสวนแน่ชัดว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเป้าการก่อการร้ายเพราะประเทศเราไม่เป็นคู่กรณีกับใคร ผู้ต้องหามาเอาอุปกรณ์จากประเทศของเราเท่านั้นซึ่งจากข้อมูลจะนำอุปกรณ์เหล่านี้ส่งต่อไปยังประเทศแถบตะวันออกกลางเท่านั้น ตอนนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล สันติบาล สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้ประสานข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆอย่างใกล้ชิด ซึ่งข้อมูลที่ได้มาพบว่าสถานการณ์ยังเรียบร้อยดี แต่ย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการเตรียมพร้อมในการใช้กำลังของหน่วยอรินทราช 26 ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)และนเรศวร 261 ของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน(บช.ตชด.)พร้อมเครื่องมือพิเศษไว้พร้อมรับทุกสถานการณ์ โดยท้ะงสองหน่วยให้เตรียมไว้ ณ ที่ตั้ง และพร้อมปฏิบัติการเสมอ เพื่อดูแลในพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษต่าง การเสริมกำลังก็เพื่อให้ตำรวจพื้นที่เกิดความมั่นว่ามีหน่วยเสริมที่จะเข้าไปช่วยทันทีหากมีเหตุอะไร
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องให้ประเทศต่างๆถอนแจ้งเตือนก็จะเริ่มดำเนินการเป็นระยะซึ่งในส่วนของกระทรวงต่างประเทศและทูตทหารกำลังดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทราบว่าบางประเทศ 2- 3 ประเทศก็มีการถอนการแจ้งเตือนแล้ว เรื่องการแจ้งเตือนก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิของแต่ละประเทศที่มีข่าวก็ต้องแจ้งเตือนประชาชนตามระเบียบ และการดำเนินการถอนการแจ้งเตือนก็มีขั้นตอนทางธุรการของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตามในส่วนของตำรวจ กองการต่างประเทศ มีการประสานข้อมูลไปยังตำรวจสากล เพื่อแจ้งให้ต่างประเทศมั่นใจว่าไทยปลอดจากก่อการร้าย มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย ที่ไม่ได้มีเป้าหมายก่อเหตุในประเทศไทยได้พร้อมของกลางแล้ว
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายอาทริส และสอบสวนพยานแวดล้อมบริเวณบ้านที่พบระเบิดพบว่าในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมามีคนเข้าออก 3-4 คน แต่ระยะหลังมีเพียงนายอาทริสคนเดียวที่เข้าออก ซึ่งจากข้อมูลต่างๆเชื่อว่าเพื่อนๆอีก 3 คน ซึ่งยอมรับว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร ชื่อ อะไร ได้ออกจากประเทศไทยไปแล้วแต่ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนชายตามภาพสเก็ตก็ติดตามตัวอยู่ ซึ่งเรื่องของการที่เรายังไม่สามารถจับกุมตัวชายคนนี้ได้ไม่น่าจะเกี่ยวกับการถอนหรือไม่ถอนการแจ้งเตือน เรื่องการแจ้งข้อมูลต่างให้ต่างประเทศทราบส่วนหนึ่งทางกองการต่างประเทศตำรวจสากลก็กำลังดำเนินการอยู่ สำหรับบ้านที่นายอาทริสระบุว่ามีอีกหลังหนึ่งก็ยังหาไม่พบ ยังไม่มีความคืบหน้า
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็ได้เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา ปรับการดูแลเป็นพิเศษสำหรับโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มน่าสงสัยบางกลุ่มต้องเพิ่มความเข้มในการตรวจตรา ส่วนกลุ่มคนปกติที่ไม่มีปัญหาก็ตรวจตราในระดับปกติ ดังที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนวางใจ เพราะตอนนี้จากผลกรสำรวจต่างๆประชาชนมีความหวาดวิตก พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มีเหตุก่อการร้าย ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนก็ให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงและตรงกันทุกคนว่าไม่มีการก่อการร้าย ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่บ้านเมืองเรายังปลอดภัย และเราก็สามารถจับกุมนายอาทริสและสารประกอบระเบิดได้แล้ว และเชื่อว่าการการจับกุมนานอาทริสและยึดสารทำระเบิดได้นั้นเป็นความสำเร็จของการทำงาน ทุกฝ่ายพอใจ สร้างความน่าเชื่อถือแต่การที่แต่ละประเทศจะถอนการเตือนภัยหรือไม่นั้นก็เป็นสิทธิของแต่ละประเทศ
เมื่อถามว่าหากมีประเทศปลายทางที่นายอาทริสจะส่งสารทำระเบิดไปต้องการตัวไปดำเนินคดี จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีประเทศไหนประสานขอนายนายอาทริสมาแต่ถ้ามีก็ต้องประสานผ่านอัยการสูงสูงสุดในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งตำรวจก็ต้องร่วมพิจารณาด้วยซึ่งไทยจะส่งตัวให้หรือไม่ให้ก็ได้ อาจจะให้มีการดำเนินคดีในประทศไทยก่อนแล้วค่อยผลักดันออกในภายหลัง
ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า ปุ๋ยยูเรียและ สารแอมโมเนียไนเดรต ที่พบในอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นแหล่งที่พักวัตถุดังกล่าวยังไม่ได้มีการผสมกันแต่อย่างใด ส่วนถุงทรายแมวที่พบในที่เกิดเหตุนั้น พบว่า นำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งหากผู้ต้องหาจะนำปุ๋ยยูเรียผสมแอมโมเนียไนเดรต นำใส่ถุงทรายแมว เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่ 3 จะผิดปกติแน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่พนักงานสอบสวนสงสัยอยู่
อย่างไรก็ตาม ทีมสอบสวนยังไมได้ความคืบหน้าในการหาที่มาของปุ๋ยยูเรียว่า นายอาทริส ซื้อมาจากที่ใด และแอมโมเนียไนเดรท ซึ่งเป็นสินค้าที่หาซื้อยากกว่า จึงเป็นที่สงสัยว่า หากนายอาทริสสามารถมีเก็บไว้จำนวนมาก เชื่อว่าน่าจะมีคนไทยอยู่เบื้องหลัง ด้วย ทั้ง นี้ ถุงทรายแมวที่พบภายในอาคารพาณิชย์ เป็นสินค้าน้ำเข้าไม่มีผลิตในประเทศไทย คาดว่า จะมีผู้ร่วมขบวนการส่งมาให้จากต่างประเทศเพื่อเป็นถุงบรรจุปุ๋ยยูเรียผสมสารแอมโมเนียไนเดรทแล้ว อำพรางสายตาเจ้าหน้าที่







