
บุญจงเบิกความชี้พิรุธพยานกกต.
“ บุญจง ” เบิกความสู้คดี กกต. แจกใบแดง ชี้ พิรุธ พยาน กกต. ขณะที่ อดีตปธ.กกต.โคราช พยานอีกปาก แจง กกต.จังหวัดทำความเห็นยกคำร้องส่ง กกต.กลาง
“ บุญจง ” เบิกความสู้คดี กกต. แจกใบแดง ชี้ พิรุธ พยาน กกต. ขณะที่ อดีตปธ.กกต.โคราช พยานอีกปาก แจง กกต.จังหวัดทำความเห็นยกคำร้องส่ง กกต.กลาง
ที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง วันที่ 18 ม.ค. เวลา 09.30 น. ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัย เพื่อมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ( ภท.) อดีต ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา เป็นเวลา 5 ปี เนื่องจาก กกต. มีมติให้ใบแดง จากกรณีที่มีการกล่าวหานายบุญจง กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 53 (1) (3) และ (4) โดยนายบุญจงมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสัมมนาผู้นำชุมชน อ.จักราช นครราชสีมา ที่ให้ นางสายพิรุณ น้อยศิริ พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา นำผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 300 คน ไปจัดอบรมที่ รีสอร์ท จ.ระยอง และแจกสิ่งของ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เหตุเกิดระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย.53 ก่อนช่วงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 6 จ.นครราชสีมา ในวันที่ 12 ธ.ค.53
โดยวันนี้เป็นการไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้าน ซึ่งนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เบิกความสรุปว่า วันเกิดเหตุไม่ได้ไปยืนอยู่หลังรถตู้ซึ่งจอดอยู่น้าหอประชุม อ.จักราช ซึ่งตามข้อปฏิบัติเมื่อได้รับเชิญ หรือได้รับมอบหมายจาก รมว.มหาดไทยให้ไปงานของจังหวัดจะต้องมีข้าราชการมาให้การต้อนรับ จะไปยืนเฉยๆ อยู่ข้างหลังรถตู้อย่างที่พยานฝ่าย กกต. ผู้ร้อง อ้างนั้นเป็นไปไม่ได้
ขณะที่นายบุญจง ยังเบิกความเกี่ยวกับข้อพุธ พยานฝ่าย กกต. ด้วยว่า ในการบันทึกปากคำพยานชั้นสอบสวนที่ระบุว่า บันทึกคนละสถานที่ กับนายอภิชา เลิศพัชรกมล อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ผู้ร้องเรียนนั้น ความจริงแล้วเป็นการบันทึกพร้อมกันที่สำนักงานของนายอภิชา ขณะที่พยาน 2 ปากของ กกต. ที่เคยให้การเกี่ยวกับตนนั้น ในวันนัดพร้อมคดีนี้ก็ไม่เคยปรากฏชื่อในบัญชีพยานมาก่อน
นายบุญจง ยังเบิกความอีกว่า ส่วนที่ไม่ได้แจ้งความ เอาผิดกับพยานสองปาก เห็นว่าอายุความยังมีเวลาอีกหลายปี ขณะที่ตนก็เป็นผู้แทนของประชาชน การจะทำคดีฟ้องร้องประชาชนจึงไม่อยู่ในความคิดซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมชาวบ้าน โดยเคยสอบถามพยานหนึ่งในนั้นแล้วบอกกับว่าไม่กล้าที่จะให้การเป็นอย่างอื่นเพราะถูกนายอภิชา ข่มขู่ว่าหากส่งบันทึกคำให้การไปที่ศาลแล้วกลับคำพูดอาจเป็นความผิดต้องถูกลงโทษ
โดยนายบุญจง ตอบคำถามซักค้านฝ่าย กกต.ผู้ร้อง ด้วยว่า ตนเคยได้สอบถามนางสายพิรุณ น้อยศิริ พนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ว่า ทำไมถึงให้การกับกกต.ว่า ตนโทรหาเมื่อวันที่ 19 พ.ย.53 ซึ่งนางสายพิรุณก็ขอโทษขอโพย ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร และไม่ได้เอาเรื่อง แต่บอกให้นางสายพิรุณ กลับไปดำเนินการแก้ไขเนื่องจากอาจทำให้เป็นคดีได้ โดยยืนยันว่าไม่ได้โทรติดต่อกับนางสายพิรุณและไม่มีพยานปากไหนยืนยันว่าเห็นตนที่ อ.จักราช จ.นครราชสีมา และ จ.ระยอง นอกจากพยาน 2 ปากที่ กกต. แสวงหามา
ภายหลังนายบุญจง เบิกความเสร็จสิ้นแล้ว ต่อมาทนายความ ได้นำ พล.อ.วีรวุธ ส่งสาย อดีตประธาน กกต.จังหวัดนครราชสีมา เบิกความสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 53 ได้มีการประกาศพระราช กฤษฎีกาให้มีการจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 จ.นครราชสีมา และให้มีผลบังคับใช้ในวันถัดไป ดังนั้น การสืบสวนสอบสวนของ กกต.จังหวัด เสียงข้างมากได้ยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่ากระทำดังกล่าวอยู่นอกห้วงเวลาที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ และไม่ดำเนินคดีกับนางสายพิรุณ จากนั้นจึงได้ส่งความเห็นไปที่ กกต.กลาง ซึ่ง กกต.กลาง ได้ตีสำนวนกลับมาให้สอบสวนเพิ่มเติม แต่เมื่อได้สอบสวนเพิ่มเติมแล้ว กกต.จังหวัด ก็ยังยืนยันความเห็นเดิม และส่งสำนวนกลับไป ที่ กกต.กลางเพื่อดำเนินการ เพราะตามขั้นตอนความเห็นของ กกต.จังหวัด ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด
ขณะที่ศาลได้ไต่สวนพยาน ฝ่ายนายบุญจง ครั้งต่อไป ในวันที่ 19 ม.ค.นี้ เวลา 09.30 น.







