
สุนัยอ้างก่อการร้ายในไทยเป็นเรื่องปกติ
กมธ.ต่างประเทศลั่นก่อการร้ายในไทยเป็นเรื่องปกติเพราะอังกฤษ-ฝรั่งเศสก็เจอ อ้างยึดสนามบิน-ทำเนียบฯกระทบไทยมากกว่า
กมธ.ต่างประเทศลั่นก่อการร้ายในไทยเป็นเรื่องปกติเพราะอังกฤษ-ฝรั่งเศสก็เจอ อ้างยึดสนามบิน-ทำเนียบฯกระทบไทยมากกว่า
นายสุนัย จุลพงศธ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรณีที่หลายฝ่ายต้องการให้สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ยกเลิกการออกประกาศเตือนพลเมืองของตัวเองให้ระวังการก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ถ.ตรอกข้าวสาร และถ.สุขุมวิท 22 นั้น เป็นการวิตกกันเกิดเหตุ เพราะเรื่องการก่อร้ายเป็นเรื่องปกติของโลกไปแล้ว
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายประเทศ อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส ก็เจอเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เหตุกาณ์ที่ควรจะวิตกมากกว่า คือ การบุกยึดสนามบิน ยึดทำเนียบรัฐบาล ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศมากกว่า
อย่างไรก็ดี ขอชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่ทำได้ฉับไว้ ต่อการแก้ไขปัญหา ทั้งในเรื่องสามารถจับได้ทันที สืบสวนและขยายผลได้ทันควัน และที่สำคัญออกมาประกาศชัดว่าไทยไม่ใช่เป้าหมายในการก่อการร้าย แต่เพียงใช้เป็นเพียงฐานสะสมสารตั้งต้นเพื่อส่งผ่านไปยังประเทศที่สาม
นอกจากนี้ สิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการ คือ การประชาสัมพันธ์ให้นานานประเทศได้เข้าใจว่า ประเทศไทยไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด และวันที่ 19 ม.ค. กมธ.ต่างประเทศ จะมีการหารือในเรื่องดังกล่าว เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขวิกฤติที่เกิดขึ้น ส่วนจะบอกให้สหรัฐฯถอนประกาศคำเตือนคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นหลักสากลของสหรัฐที่จะต้องเตือนพลเมืองของตัวเอง
ส่วนกรณีที่ นายอันเดอร์ จอร์เล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน ระบุว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่านายอาทริส ฮุสเซน ผู้ต้องหาพัวพันกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ที่ถูกจับกุมตัวมีสัญชาติสวีเดน เพราะจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางได้หมดอายุแล้ว แม้ว่าหนังสือเดินทางที่ปรากฏในสื่อไทยจะระบุว่าหมดอายุในปี 2558 ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้น ต้องถามไปยังกระทรวงต่างประเทศของไทย เพื่อสอบถามสถานะที่แท้จริง ก่อนที่จะดำเนินการอะไรต่อไป
นายสุนัย กล่าวว่า ส่วนการที่ประเทศกัมพูชา เดินหน้าปรับกำลังทหารในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร เป็นเขตปลอดทหารตามคำสั่งศาลโลกนั้น ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีระหว่างไทย-กัมพูชา ดังนั้น ประชาชนต้องอดทนต่อกระบวนการที่จะดำเนินการต่อไป
ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไทยไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ปราสาทพระวิหารหลังสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาในพื้นที่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการสอบถามไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และได้รับคำชี้แจงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การที่ไทยไม่ได้ส่งตัวแทนไปร่วมนั้น คือ 1.ผู้ที่เข้ามานั้นเป็นเพียงประเทศสมาชิกยูเอ็น 2.เราพยายามดำเนินการอะไรที่ไม่กระทบต่อคำสั่งของศาลโลก ทั้งนี้ ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลกทุกประการ







