posttoday
นายกฯสั่งตามเช็ดยึดทรัพย์4.6หมื่นล.ช่วยศก.โต4.7%

นายกฯสั่งตามเช็ดยึดทรัพย์4.6หมื่นล.ช่วยศก.โต4.7%

28 กุมภาพันธ์ 2553

โพสต์ทูเดย์ — นายกฯ สั่งหน่วยงานรัฐร้องค่าเสียหายตามคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ ระบุ 4.6 หมื่นล้าน จะนำมาลดการกู้เงินไทยเข้มแข็งอีก 4 แสนล้าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างการอัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า ความเสียหายของหน่วยงานรัฐตามคำพิพากษาชัดเจน ที่จะให้หน่วยงานรัฐไปดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายได้ และจะให้ฝ่ายกฎหมายของรัฐอัยการ ให้คำแนะนำทางด้านกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามคำพิพากษา

สำหรับทรัพย์ที่ยึด 4.6 หมื่นล้านบาท เงินดังกล่าวจะช่วยทำให้รัฐบาลกู้น้อยลง โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างให้กระทรวงการคลังไปศึกษาว่าเงินที่ยึดมาและภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้น จะปรับตัวเลขการกู้เงิน โครงการไทยเข้มแข็งอีก 4 แสนล้านบาท ลงเหลือเท่าไหร่

“งบไทยเข้มแข็งจะใช้ลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดทำให้จีดีพีโตได้ 4.7% มากกว่าที่สภาพัฒน์คาดการณ์ล่าสุดอยู่ที่ 4.5%” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนแนวทางแก้ไขหลังคำพิพากษา กรณีแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต รัฐบาลคงจะไม่แปลงภาษีกลับมาเป็นค่าสัมปทาน แต่จะเดินหน้าไปทางเก็บค่าใบอนุญาตดำเนินกิจการโทรคมนาคม เพื่อ โดยผู้ประกอบการรายเดิมมีสิทธิ์ นำค่าสัมปทานไปหักจากภาษีของตนได้ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กิจการของผู้ถูกกล่าวหา และพวกพ้อง แก้ไขสัญญามือถือระบบพรีเพด จากจ่ายส่วนแบ่งรายได้ แก้บริษัท ทศท. ในอัตรา 25% ตามอัตรก้าวหน้าจนวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทานเป็น 20 % ทำให้เครือชินคอร์ปได้รับประโยชน์ ในคำตัดสิน 5 ข้อในส่วนของแปลงสัมปทานโทรศัพท์ มือถือมาเป็นภาษีสรรพสามิต เรื่องนี้แนวทางในการแก้ปัญหาต่อไป จะไปเก็บค่าใบอนุญาตแทนการที่จะเปลี่ยนจากค่าภาษีสรรพสามิต โทรคมนาคมกลับไปเป็นสัมปทานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันของธุรกิจโทรคมนาคมเปิดกว้างให้คนอื่นสามารถขอใบอนุญาตได้

ส่วนในเรื่องระบบบัตรเติมเงินหรือ พรีเพด ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาใน 2 สัปดาห์ หลังจากที่ให้ไปศึกษาเรื่องนี้ผ่านไปแล้วหลายเดือน ส่วนการแก้ไขสัญญาเอื้อประโยชน์ชินคอร์ปทำให้ เอไอเอสได้ประโยชน์จากการใช้สัญญาเครือจข่ายรวมหรือโรมมิ่ง เรื่องนี้คงไม่ดำเนินการ ส่วนการละเว้นอนุมัติส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจดาวเทียมโดยมิชอบ หรือ โครงการไอพีสตาร์ได้ให้ทุกหน่วยงานไปดำเนินการและจะนำเรื่องเข้า ครม.พิจารณาอีกครั้งหลังคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร การบริหารงานคงไม่ต่างจากวันศุกร์ที่มีการพิพากษา เพราะว่าคงจะต้องมีกลุ่มที่พอใจ และไม่พอใจ ต่อคำพิพากษาที่ออกมา ต่อให้ตัดสินให้ยึดหมดหรือไม่ยึดเลยก็คงมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองออกมาต่อเนื่อง เพราะกลุ่มที่เคลื่อนไหวมีวัตถุประสงค์ต่างๆกัน ส่วนกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวที่จะใช้ความรุนแรงน่าจะเป็นกลุ่มน้อย ซึ่งการเคลื่อนไหวรัฐบาลถือว่าเป็นสิทธิ์ แต่จะคุมไม่ให้เกิดความรุนแรงถ้าใครทำผิดกฎหมายในส่วนไหนก็คงต้องดำเนินการตาม กฎหมาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท