
จับหนุ่มแสบฉ้อโกงสารพัดรูปแบบ
กองปราบรวบหนุ่มแสบฉ้อโกงสารพัดรูปแบบ งานศพ-งานแต่ง ตระเวนหลอกเงินหลายจังหวัด ใช้หนี้พนัน
กองปราบรวบหนุ่มแสบฉ้อโกงสารพัดรูปแบบ งานศพ-งานแต่ง ตระเวนหลอกเงินหลายจังหวัด ใช้หนี้พนัน
พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป.สั่งการ ให้ พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุม นายสมชาย แซ่โคว้ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/24 หมู่ 8 ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 733/2553 ลงวันที่ 1 มิ.ย. 2553 ข้อหาฉ้อโกง และหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 352/2554 ลงวันที่ 29 ส.ค.2554 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมของกลาง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 3 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ดและบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ 80 ใบ และ น.ส.พ.รายวันอีกเป็นจำนวนมาก จับกุมได้ที่ลานจอดรถ พี.เค.อพาร์ตเม้นต์ หมู่ 1 ต.ธนู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดจับกุม กก.1 บก.ป.สืบทราบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ฉ้อโกงผู้เสียหายซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุต่างๆ ด้วยการเปิด น.ส.พ.ดูข่าวสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุ จากนั้นก็จะสอบถาม 1133 เพื่อขอหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต หรือญาติ เมื่อได้เบอร์มาแล้วก็จะโทรศัพท์แอบอ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทประกันภัยก่อนจะหลอกลวงญาติผู้เสียชีวิต ว่า ทางผู้เสียชีวิตได้ทำประกันชีวิตเอาไว้ ขอให้ญาติมารับเงินค่าสินไหมทดแทน แต่จะต้องมีเงินค่าดำเนินการ 4,000 บาท โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมาแล้วนับสิบราย
นอกจากนี้ผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์หลอกลวงด้วยวิธีการอื่นๆ อาทิ อ้างตัวเป็นเจ้าของโต๊ะจีน รับจัดงานเลี้ยงต่างๆ โดยติดต่อกับฝ่ายผู้ว่าจ้างแล้วเรียกเก็บเงินค่าจัดโต๊ะจีนก่อนหลบหนีไป หรือใช้วิธีการแอบอ้างรับจัดวงดนตรีและแตรวงตามงานวัดต่างๆ ซึ่งผู้ต้องหาก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่ เช่น จ.สระบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.อุดรธานี จ.สงขลา จ.ตรัง จ.สิงห์บุรี จ.นครสวรรค์ และ จ.สระแก้ว ซึ่งมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี
นายนพดล ศิริสุข อายุ 28 ปี และ น.ส.นัทพร มุสิกชาติ อายุ 26 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 60/5 หมู่ 3 ถนนเพชรเกษม ซอย 54 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม.ผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกลวง ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2553 ได้จัดงานแต่งงานกันที่ จ.สระบุรี โดยมีการว่าจ้างโต๊ะจีนจัดงานเลี้ยงในราคา 106,000 บาท และตกลงจ่ายเงินกันหลังเสร็จงาน ซึ่งผู้ต้องหาทำทีเข้ามาติดต่อและเรียกเก็บเงินค่าโต๊ะจีน โดยครั้งแรกยอมรับว่าเชื่ออย่างสนิทใจคิดว่าเป็นผู้จัดโต๊ะจีนมารับเงินเอง จึงมอบเงินจำนวนดังกล่าวไป แต่ก็มาทราบภายหลังว่าเขาอ้างตัวเป็นญาติของพวกตนไปหลอกลวงเจ้าของโต๊ะจีนมาด้วย จึงให้ข้อมูลต่างๆ ได้ ซึ่งหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองแซง จ.สระบุรี และพยายามสืบหาข้อมูลของผู้ต้องหามาโดยตลอด เมื่อทาง บก.ป.จับกุมผู้ต้องหาไว้ได้จึงรู้สึกดีใจเพราะไม่อยากให้เขาไปหลอกลวงใครอีก
จากการสอบสวน นายสมชาย ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายแต่ละรายด้วยวิธีการดังกล่าวจริง โดยเรียนรู้วิธีการด้วยตนเองเนื่องจากมีเพื่อนทำงานเป็นพนักงานบริษัทประกันภัย ส่วนในรายของผู้เสียหายก็ได้ติดต่อกับฝ่ายผู้รับจัดโต๊ะจีนก่อนจะแอบอ้างตัวไปรับเงินค่าจัดงานเลี้ยง โดยทำมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี สำหรับเงินที่ได้มาก็จะนำไปใช้หนี้พนันที่กู้มา 3 แสนบาท ส่วนที่เหลือก็จะนำไปเล่นการพนันที่บ่อนในประเทศกัมพูชา และนำไปเที่ยวเตร่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว นายสมชาย ได้กล่าวขอโทษผู้เสียหายทั้งสอง แต่ทางนายนพดล กลับไม่ยอมรับคำขอโทษพร้อมกับระบุว่า ทำไมถึงต้องทำเช่นนี้แล้วคิดบ้างหรือไม่ว่าทำให้เดือดร้อน ทำไมถึงไม่ทำอาชีพที่สุจริต ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้กันผู้ต้องหาออกมาเพื่อถ่ายรูปทำประวัติก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแซง รับไว้ดำเนินคดีต่อไป







