
มาร์คจี้นายกฯแจงปรับครม.เกินครึ่ง
อภิสิทธิ์จี้นายกฯชี้แจงปรับครม.เกินครึ่ง เพราะผลงานไม่เข้าเป้า หรือ ตอบแทนการเมือง พร้อมจับตาผลประโยชน์ทับซ้อนพลังงาน
อภิสิทธิ์จี้นายกฯชี้แจงปรับครม.เกินครึ่ง เพราะผลงานไม่เข้าเป้า หรือ ตอบแทนการเมือง พร้อมจับตาผลประโยชน์ทับซ้อนพลังงาน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า จากกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะมีการดึงบุคคลในกลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่มทุนของชินวัตร เข้ามาเกี่ยวข้องกับตำแหน่งรัฐมนตรี รวมทั้งมีแกนนำเสื้อแดงด้วยไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ แต่ก็ต้องตั้งคำถามว่าหากมีการปรับเก้าอี้มากกว่าสิบตำแหน่งด้วยเหตุผลอะไร แสดงว่า 6 เดือนที่ผ่านมานั้นทำงานไม่เข้าเป้า หรือเป็นเพียงการหมุนเวียน สลับสับเปลี่ยนให้คนได้มาดำรงตำแหน่งกัน
นอกจากนี้ ยังต้องอธิบายว่าการปรับใหญ่ครั้งนี้ จะกระทบ หรือ มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือไม่ ซึ่งอยากให้การปรับครม.ไม่ใช่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือผลประโยชน์ทางการเมือง การระบุว่าการสลับสับเปลี่ยนเพราะว่าเปิดโอกาสให้คนนั้นคนนี้ก็แปลก เพราะหลายกระทรวงเป็นกระทรวงซึ่งไม่ใช่งานง่าย ๆ หลายคนบอกว่าต้องใช้เวลาในการเข้าไปเริ่มต้นศึกษาและทำให้เกิดคำถามว่านโยบายที่เดินมาตามแนวทางของรมว.คนก่อนนั้นจะต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งหมดก็ต้องให้นายกฯ เป็นคนอธิบาย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนการตอบแทนกลุ่มผู้สนับสนุนสายฮาร์ดคอร์ เป็นการส่งสัญญาณว่าเมื่อใครทำอะไรแรงๆ สนับสนุน ก็จะได้รางวัลตอบแทน ซึ่งเป็นเรื่องไม่ดี
ทั้งนี้ กระทรวงที่ควรจับตามากก็คือกระทรวงพลังงาน เพราะมีประเด็นที่กำลังมีการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางตะวันตก – ตะวันออก และต้องดูว่ามีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ อีกทั้งไม่ใช่จะโยนไปให้นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงานคนเดียว เพราะหากมีรมว.พลังงานคนใหม่ แล้วไม่ทบทวนนโยบายที่ผิดพลาดสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ก็แสดงว่าเป็นนโยบาของรัฐบาลเอง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีย้ายนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ซึ่งเคยมีข่าวความขัดแย้งกับ นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล จะถูกปรับไปดูแลกระทรวงการคลังนั้น มีความน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะท่าทีการใช้เงินของนายกิตติรัตน์ ขณะที่ การย้ายพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม นั้นที่ผ่านมาก็ทำงานเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย







