posttoday
ก่อการร้าย บอมบ์เศรษฐกิจไทย

ก่อการร้าย บอมบ์เศรษฐกิจไทย

17 มกราคม 2555

ข่าวก่อการร้ายในไทยที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐแจ้งเตือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ข่าวก่อการร้ายในไทยที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐแจ้งเตือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลอาฟเตอร์ช็อกกับระบบเศรษฐกิจไทยที่หัวทิ่มหัวตำอยู่ไม่น้อย และส่อแววว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่อง

เพราะทันทีที่สหรัฐแจงเตือนการก่อการร้ายในไทยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยผวาตกฮวบรับข่าวร้ายทันที และยังมีผลทำให้ตลาดยังซึมเซายาว เพราะนักลงทุนไม่กล้าเสี่ยงมาถึงสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็เงียบเหงา ผู้คนบางตา หลายคนอยู่บ้านไม่ออกไปไหน เพราะกลัวลูกหลงการก่อการร้าย ทำให้การจับจ่ายใช้สอยที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคที่การลงทุนหัวปักหัวปำกลับแรงตก ชะงักงันเป็นการชั่วคราว

ที่รุนแรงตามมาเห็นจะเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยที่เกิดอาการจับไข้ขึ้นมาทันที เพราะสถานทูตในประเทศต่างๆ ถึง 14 ประเทศ แจ้งเตือนพลเมืองของตัวเองให้ระมัดระวังในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

จนถึงขณะนี้ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน ฮ่องกง ที่เดิมจะเช่าเครื่องบินเหมาลำมาฉลองตรุษจีนในเมืองไทย ได้งดการเดินทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซันได้รับผลกระทบ ปฏิเสธไม่ได้ว่า เศรษฐกิจไทยต้องจุกช้ำในไปด้วย

ก่อการร้าย บอมบ์เศรษฐกิจไทย

 

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่หวังทำเงินโกยรายได้ แต่มาเจอข่าวการก่อการร้าย ทำให้ทุนหายกำไรหด

นี่ยังไม่รวมถึงพิษน้ำท่วมที่ผ่านมา ที่ทำให้คนไทยกระเป๋าแฟบ เก็บเงินไว้ซ่อมบ้านซ่อมรถ ตัดรายจ่ายหยุดเที่ยว ทำให้การท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทยซบหนักจนกระตุ้นไม่ขึ้น

แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามออกมาโต้ทันควัน ตัดไฟแต่ต้นลม ว่า “เอาอยู่” การก่อการร้ายในไทยไม่มี เป็นข่าวเก่า แต่ดูจะไม่เป็นผล ไม่สามารถกระตุกความหวาดกลัวของผู้คนให้ดีขึ้น

เพราะต้องยอมรับว่า เรื่องการก่อการร้ายไม่มีใครเจ๋งแน่กว่าพี่เบิ้มสหรัฐ เพราะมีเครือข่ายทั่วโลก ไม่มีมูลไม่เตือนให้เป็นข่าวอกสั่นขวัญผวาอย่างแน่นอน

ดังนั้น การออกมาเตือนการก่อการร้ายในไทยจึงมีน้ำหนัก และคนเชื่อว่ามีจริงไม่วันนี้ก็วันหน้า ส่งผลให้คนไม่เชื่อรัฐบาลว่า เอาขบวนการก่อการร้ายในไทยอยู่ได้ในเวลาไม่ทันข้ามคืน

ยิ่งตำรวจจับผู้ร้ายพร้อมอาวุธที่เตรียมการก่อการร้ายได้จริงในต่างจังหวัด ยิ่งเป็นการยืนยันหนักแน่นขึ้นไปอีกว่า งานนี้การก่อการร้ายเป็นของจริง ทำให้ทั้งประชาชนและเศรษฐกิจประเทศขวัญหนีดีฝ่อ เพราะการก่อการร้ายมาจ่อคอหอยไม่รู้จะระเบิดบึ้มขึ้นมาวันไหน

เศรษฐกิจไทยจึงผีซ้ำด้ำพลอย การลงทุนชะงัก ส่งออกเริ่มชอร์ต การท่องเที่ยวเริ่มมีปัญหา ดัชนีแทบทุกตัวเข้าสู่ภาวะหัวทิ่ม

เหลือแต่การลงทุนภาครัฐที่ออก พ.ร.ก.กู้เงินสารพัดไปแล้วร่วม 7 แสนล้านบาทเท่านั้น ที่จะออกมากระตุ้นระบบเศรษฐกิจและสร้างกำลังซื้อในประเทศ

สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โฆษกกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า ข่าวการก่อการร้ายกระทบกับเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นแน่นอน แม้ว่ายังไม่มีนัยสำคัญที่จะกระทบกับเศรษฐกิจในภาพรวมทั้งปี

สถานการณ์แบบนี้รัฐบาลต้องเร่งหาแนวทางสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยให้กลับมาเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจระยะยาว

ขณะที่ สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง มองว่า ปัญหาการก่อการร้ายเป็นภัยคุกคามความมั่นคงและเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกที่เป็นประเทศเสรีนิยม รวมถึงประเทศไทยก็หนีไม่พ้น ตราบใดที่ยังมีกลุ่มต้านโลกาภิวัตน์ เศรษฐกิจสังคมของโลกตะวันตก โดยเฉพาะต่อต้านสหรัฐ การก่อการร้ายก็ไม่มีวันจบสิ้น เพียงแต่จะเกิดขึ้นในเวลาไหนและประเทศไหนเท่านั้น

จะเห็นว่า ภัยการก่อการร้ายในไทยเป็นเรื่องไม่ไกลตัวอีกต่อไป แม้ว่าจะมีแค่การเตือนภัย ยังไม่มีการลงมือจริง แต่เศรษฐกิจไทยก็สะเทือนอย่างที่เห็นทุกครั้งไป

ที่สำคัญ เศรษฐกิจไทยที่ยังบอบช้ำแสนสาหัสกับน้ำท่วมยังไม่ทันฟื้น และได้รับการแก้ไขเป็นชิ้นเป็นอัน มาโดนข่าวการก่อการร้ายซ้ำเติมตั้งแต่ยังไม่ผ่านเดือนแรกของปี ก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยหืดจับเพิ่มมากขึ้น

เพราะลำพังไม่มีปัจจัยลบด้านการก่อการร้าย เศรษฐกิจไทยก็มีวิบากกรรมนับไม่ถ้วนตั้งแต่ปัญหาการฟื้นฟูรับมือน้ำท่วมรอบใหม่เดือน พ.ค.นี้ เหลืออยู่ 5 เดือนการรับมือน้ำท่วมรอบใหม่ยังไม่เป็นรูปธรรม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด การป้องกันน้ำท่วมของนิคมอุตสาหกรรม รัฐบาลให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้สร้างเขื่อน 1.5 หมื่นล้านบาท แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครกู้ได้ เพราะคนกู้ไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำ คนปล่อยก็กลัวเป็นหนี้เสีย ทำรัฐเสียหายโดนเช็กบิลภายหลัง ทำให้หากน้ำท่วมรอบหน้ารุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา นิคมอุตสาหกรรมของไทยก็เสี่ยงจมน้ำรอบใหม่

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยลบ เศรษฐกิจยุโรปที่ยังแก้ไม่ตก ล่าสุดถูกลดเครดิตกันเป็นหางว่าว 89 ประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยติดร่างแหได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะเมื่อเศรษฐกิจคู่ค้าไม่ดี การส่งออกของไทยก็จะโตได้ไม่เต็มที่ไปด้วย

ด้านราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ยังทรงกับเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยปัญหาอิหร่านที่เป็นระเบิดเวลาทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงได้ทุกเมื่อ

ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศก็อั้นไม่อยู่ การเริ่มเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯทำให้ราคาน้ำมันดีเซลเกิน 30 บาทต่อลิตร ยังไม่รวมกับภาษีที่ได้ลดอีกลิตรละ 5.30 บาท

หากไม่ขยายเวลาออกไป ก็ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง 36-37 บาทต่อลิตร ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งขอขยับขึ้นราคา สุดท้ายราคาสินค้าต้องขยับตาม กลายเป็นมีปัญหาเงินเฟ้อรุมเร้าเศรษฐกิจไทยรอบใหม่

ส่วนปัญหาการเมืองก็มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปรับคณะรัฐมนตรี ทำให้การบริหารเศรษฐกิจสะดุด ต้องเริ่มตั้งต้นกันใหม่ อาจจะทำให้ไม่ทันการณ์รองรับปัจจัยลบต่างๆ ที่เป็นหลุมระเบิดเวลาเศรษฐกิจไทยได้ทุกเมื่อ

ทั้งหมดจะเห็นว่า แค่ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจปีนี้ทั้งในและนอกประเทศ ก็แสนสาหัสที่จะประคองเศรษฐกิจให้รอดขยายตัวได้เป้าหมาย

และล่าสุดยังมีภัยการก่อการร้ายเข้ามาสมทบให้เศรษฐกิจผวาเป็นรายวันไม่รู้จบสิ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยพูดไม่ออกบอกไม่ถูก หนักหนาสาหัสมากๆ กับวิบากกรรมที่เศรษฐกิจไทยต้องเจอในปีนี้

เพราะถ้าส่งออกมีปัญหาจากตลาดคู่ค้าที่ซบเซา การลงทุนติดๆ ขัดๆ จากปัญหาสารพัดทั้งเศรษฐกิจในประเทศ ปัญหาการเมือง และแผนที่ยังไม่โดนใจ เมื่อมาโดนภัยคุกคามทางจิตวิทยาในเรื่องการก่อการร้ายเข้าไปอีก รายได้จากการท่องเที่ยวที่เป็นดุลบริการที่เคยงอกงามบานสะพรั่งก็เหี่ยวเฉาตามไปด้วย

เครื่องจักรทางเศรษฐกิจหลักที่ดับสนิทแบบนี้ ต้องบอกว่าเหนื่อยใจแทนรัฐบาลปูแดงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จริงๆ

เพราะต้องออกแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัว จึงจะกู้ระบบเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นมาได้ เงินก็ในหลายมิติคงต้องมาเร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นแน่แท้

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์