
ข้อตกลงหยุดยิงกะเหลี่ยง-พม่า ชายแดนตะวันตกกำลังเปลี่ยนแปลง
การประชุมสุดยอดผู้นำโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
การประชุมสุดยอดผู้นำโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศ หรือจีเอ็มเอส ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา การเจรจาระหว่างไทยพม่าลาว บรรลุข้อตกลงสำคัญในการจัดตั้งเมืองคู่แฝดทางเศรษฐกิจใน 5 พื้นที่
ด้านชายแดนไทย-พม่า เป็นการจับคู่กันระหว่าง แม่สอด-เมียวดี กาญจนบุรี-ทวาย ด้านชายแดนไทย-ลาว มีการจับคู่กันระหว่าง เชียงของท่าทราย นครพนมคำม่วน และมุกดาหาร-สะหวันนะเขต เพื่อรองรับเส้นทางการค้าตะวันออก-ตะวันตก หรือ EWEC ซึ่งริเริ่มกันมากว่า 10 ปี แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก จากปัญหาด้านตะวันตกที่พม่ามิอาจควบคุมพื้นที่ให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้
แต่หลังการเลือกตั้งทั่วไปในพม่าและการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี สถานการณ์ในพม่าก็ส่อเค้าให้เห็นว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากการผ่อนปรนทางการเมืองปล่อยนักโทษการเมือง และที่สำคัญคือการเจรจาหยุดยิงกับกองกำลังชาติพันธุ์ที่ยึดครองพื้นที่ต่างๆ อาทิ กลุ่มกองทัพรัฐฉาน หรือเอสเอสเอ และล่าสุดคือการเจรจาหยุดยิงกับกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู
แม้การเปิดกว้างและผ่อนปรนทางการเมืองของรัฐบาลพม่าจะเป็นไปเพื่อเตรียมก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศประธานกลุ่มอาเซียนในปี 2558 แต่นับว่าเกิดผลดีอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเมืองการค้าชายแดนของไทย โดยเฉพาะ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งก่อนหน้านี้การสู้รบระหว่างกองกำลังรัฐบาลพม่าและกะเหรี่ยงพุทธดีเคบีเอก็ส่งผลให้พม่าปิดด่านเมียวดีไปกว่า 1 ปี และเพิ่งเปิดการค้าอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้
สถานการณ์การค้าชายแดนไทย-พม่า คึกคักมากยิ่งขึ้น พ่อค้าและนักธุรกิจชาวพม่ามีการสั่งซื้อสินค้าฝั่งไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภายหลังรัฐบาลพม่าได้มีการลงนามหยุดยิงกับกองกำลังเคเอ็นยู เนื่องจากนักธุรกิจ พ่อค้า และประชาชนพม่ามี ความมั่นใจในความปลอดภัยของการขนส่งสินค้าจากเมียวดีเข้าสู่รัฐกะเหรี่ยงและส่งต่อไปยังกรุงย่างกุ้งและกรุงเนย์ปิดอว์
ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาระหว่างการขนส่งสินค้าตามเส้นทางเมียวดี-กอกาเรก-ผาอัน-กรุงย่างกุ้ง เคยมีกลุ่มก่อการร้ายเข้ามาก่อวินาศกรรมและปล้นสะดมสินค้าบ่อยๆ เมื่อมีการลงนามหยุดยิงทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวหมดไป
ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปในการเจรจาคือ ภายใน 45 วัน ผู้แทนเคเอ็นยูจะได้เข้าพบกับ พล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีพม่า ที่กรุงเนย์ปิดอว์อีกครั้ง เพื่อกำหนดพื้นที่ในการปกครองตนเองในรัฐกะเหรี่ยง และจะมีการพูดคุยเรื่องของการเตรียมให้ชาวกะเหรี่ยงทั้งหมดที่อพยพหนีภัยสงคราม เดินทางกลับไปอยู่ฝั่งพม่า ตามพื้นที่ซึ่งรัฐบาลพม่าจะกำหนดให้
การเจรจาหยุดยิงครั้งนี้ นับเป็นการยุติสงครามกลางเมืองระหว่างพม่ากับกะเหรี่ยงที่ปะทุขึ้นในพื้นที่ต่างๆ มากว่า 64 ปี นับตั้งแต่พม่าได้รับอิสรภาพจากอังกฤษเมื่อปี 2491 เป็นต้นมา
ขณะเดียวกัน อ.แม่สอด ก็ได้เตรียมพร้อมเร่งดำเนินการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษและเขตเศรษฐกิจพิเศษ “นครแม่สอด” เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมชายแดนไทยพม่า ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าการค้าปีละหลายหมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจและท้องถิ่นพิเศษ “นครแม่สอด” จะเป็นการเชื่อมโยงไปสู่การเป็นประเทศสมาชิกกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของไทยและพม่า รวมทั้งการเป็นประเทศคู่ค้าโดยตรงในการเปิดเขตเศรษฐกิจการค้าเสรีอาเซียน และจากการที่พม่าได้เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเมียวดี เพื่อส่งเสริมศักยภาพทางการค้าของพม่าไปแล้ว ทำให้ไทยเราต้องเร่งดำเนินการทำให้ “นครแม่สอด” เป็นเขตเศรษฐกิจเช่นกัน
ความต้องการของคนในท้องถิ่นและพื้นที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งดำเนินโครงการพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 เข้าพม่าทางด่านเมียวดี การก่อสร้างถนน 4 เลน ตาก-แม่สอด การสร้างเส้นทางคมนาคมเพิ่มเติม เช่น เส้นทางรถไฟสาย ตาก-แม่สอด รวมทั้งการเจาะอุโมงค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว การเพิ่มเที่ยวบิน การพัฒนาสนามบินแม่สอดเป็นสนามบินนานาชาติ ซึ่งรัฐบาลไทยจะต้องทำทันที
โดยเฉพาะด่านแม่สอด-เมียวดี นั้น จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงมากที่สุด รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนในปี 2558







