posttoday
ร้องตรึงดีเซล

ร้องตรึงดีเซล

16 มกราคม 2555

สอท.ขออีก2-3เดือนชี้น้ำมันโลกป่วนบวกเก็บเงินเข้ากองทุนขู่ขึ้นราคาสินค้า

สอท.ขออีก2-3เดือนชี้น้ำมันโลกป่วนบวกเก็บเงินเข้ากองทุนขู่ขึ้นราคาสินค้า

ส.อ.ท.ขอรัฐอุ้มดีเซลต่ออีก 2-3 เดือน หลังราคาน้ำมันตลาดโลกสูงต่อเนื่อง ขู่หากตรึงไม่ได้ขอปรับราคาสินค้า

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมต้องการให้รัฐบาลช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซลในระดับ 30-31 บาทต่อลิตร ออกไปอีก 2-3 เดือน เพื่อไม่ให้ค่าขนส่งและสินค้าปรับขึ้นราคา เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับขึ้นในขณะนี้ไม่ได้เป็นไปตามกลไกของเศรษฐกิจโลก แต่มาจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและกลุ่มประเทศตะวันตก ทำให้เกิดการเก็งกำไรในระยะสั้น

ทั้งนี้ หากรัฐบาลปล่อยให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นจากกลไกตลาด และตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ประกาศที่ให้เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีกลิตรละ 60 สตางค์ ในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 31.13 บาท/ลิตร ส่วนน้ำมันเบนซินก็ปรับขึ้นอีกลิตรละ 1 บาท จะทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น

ร้องตรึงดีเซล

 

“รถบรรทุกทั่วประเทศ 70% เติมน้ำมันดีเซล และอีก 30% ติดตั้งเครื่องยนต์เอ็นจีวี ซึ่งทางรัฐบาลก็มีนโยบายปรับขึ้นเช่นกัน และหากต้นทุนขนส่งสูงขึ้น ราคาสินค้าหรือค่าโดยสารคงต้องปรับขึ้นราคา แต่ที่น่าห่วงคือเมื่อราคาสินค้าปรับขึ้นแล้วปรับลงยาก ซึ่งต่างกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นและลงได้ตามกลไกตลาด” นายธนิต กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาน้ำมันได้ ก็ควรปล่อยให้ปรับขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุนที่สูงขึ้นด้วยเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการรับภาระมากเกินไป เพราะเมื่อกลางปีที่ผ่านมารัฐบาลขึ้นค่าจ้างเฉลี่ยที่ 40% ไปแล้วเนื่องจากในช่วงกลางปีรัฐบาลก็จะปรับค่าแรงทั่วประเทศเฉลี่ยที่ 40% ซึ่ง ส.อ.ท.ประเมินว่าจะเป็นต้นทุนที่น่าเป็นห่วงมากกว่าเรื่องของราคาน้ำมันอีกสำหรับในปี 2555

นายธนิต กล่าวว่า ภายในเดือน ม.ค.นี้จะจัดการเสวนาเพื่อประเมินผลกระทบกรณีที่รัฐบาลเดินหน้าออกพระราชกำหนด 4 ฉบับ ส่งผลให้จากนี้จะต้องมีการกู้เงินเป็นจำนวนมาก อาจทำให้สถาบันการเงินต้องมีภาระจากการถูกเก็บค่าธรรมเนียมโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เป็นต้นทุนเพิ่มขึ้น สุดท้ายสถาบันการเงินต้องผลักภาระให้กับลูกค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่อาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น

ขณะเดียวกัน การที่ภาครัฐต้องกู้เงิน รวมถึง ธปท.จะต้องออกพันธบัตรเพื่อชำระหนี้นั้น อาจทำให้สถาบันการเงินหันไปปล่อยกู้วงเงินจำนวนมากให้กับภาครัฐมากกว่าจะปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการ เพราะได้ผลตอบแทนค่อนข้างดี ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินกู้ยากขึ้นซึ่งที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการขนาดเล็กบางรายว่าไม่สามารถขอกู้ผ่านสาขาธนาคารได้แล้ว จะต้องทำเรื่องไปที่สำนักงานใหญ่ เพื่อขอรับการอนุมัติเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเป็นห่วงกรณีที่รัฐบาลจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงปลายเดือน ม.ค. ว่าเป็นการตัดสินใจที่เร็วเกินไป อาจจะกระทบความต่อเนื่องการทำนโยบาย โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคเอกชนต้องการความมั่นใจในการเร่งมือเตรียมการป้องกันหลายเรื่อง ทั้งภัยธรรมชาติ น้ำท่วม หรือภาวะเศรษฐกิจโลก แต่หากจะมีการปรับ ครม.จริง ก็อยากให้มีการแบ่งสัดส่วนนักบริหารมืออาชีพกับนักการเมืองมืออาชีพเข้ามาทำงานในสัดส่วนเท่ากัน โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่ต้องการให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ เข้ามาทำงาน

ขณะเดียวกัน ต่อกรณีความเคลื่อนไหวในอิหร่านล่าสุดนั้น ทางด้าน โมฮัมหมัด อาลี คาทิบี ผู้แทนอิหร่านประจำลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ประกาศขู่ว่าอิหร่านจะไม่นับเพื่อนกับชาติอาหรับใดๆก็ตามที่ผลิตน้ำมันออกมาเกินโควตาที่กำหนดเพื่อชดเชยโควต้าน้ำมันของอิหร่านที่อาจจะขาดหายไปหลังเกิดวิกฤตความตึงเครียดกับทั้งสหรัฐและยุโรปที่ใช้กฎหมายความบาตรต่ออิหร่านมากขึ้น

“พวกเขาต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น” ตัวแทนอิหร่านประจำโอเปกกล่าวเสียงกร้าวและขู่ว่าจะไม่มีใครสามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ได้

ทั้งนี้ราคาน้ำมันฟิวเจอร์ที่ตลาดไนเม็กเคลื่อนไหวอยู่ที่ 99.03 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลล์ ในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ตามเวลาในไทยเมื่อวานนี้


 

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง