
หน่วย ฉก.เรียกค่าไถ่จำเป็นยุคโจรเต็มเมือง
คดีเรียกค่าไถ่ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยยังตกอยู่ในความเสี่ยง เหยื่อที่ถูกจับตัวไปมีโอกาสเสียชีวิต
โดย...วัสยศ งามขำ
คดีเรียกค่าไถ่ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยยังตกอยู่ในความเสี่ยง เหยื่อที่ถูกจับตัวไปมีโอกาสเสียชีวิต นั่นเป็นเพราะบ้านเรายังไม่มีหน่วยงานเฉพาะขึ้นมาแกะรอยคดีลักษณะนี้ รวมไปถึงคดีคนหาย ที่บางคนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และรูปคดีเต็มไปด้วยความอึมครึม
อย่างกรณีล่าสุด เหยื่อซึ่งเป็นนิสิตหนุ่ม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ต้องกลายเป็นศพถูกถ่วงน้ำอย่างอนาถ หลังจากแม่ของเขาไม่จ่ายเงินให้กับแก๊งค่าไถ่ที่ต้องการเงินสด 2 ล้านบาท ตำรวจเองก็ไม่สามารถแกะรอยคนร้ายได้ในเบื้องต้น แม้ว่าในเวลาต่อมาแก๊งโหดนี้จะถูกรวบไว้ได้ทั้งขบวนการ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เหยื่อกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง
พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม หนึ่งในทีมคลี่คลายคดีการพบศพ ปิยพันธ์ ฐิติอักษรศิลป์ นิสิตวัย 19 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นว่า เมืองไทยยังไม่มีหน่วยงานพิเศษเพื่อคลี่คลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการเรียกค่าไถ่ หรือการติดตามตัวคนหายเหมือนกับในต่างประเทศ ทั้งที่หน่วยงานนี้มีความจำเป็นที่ต้องอาศัยความรู้พิเศษเฉพาะทาง และความสนใจเป็นพิเศษ ที่ต้องอาศัยการเจรจาต่อรอง ซึ่งต่างจากการคลี่คลายคดีอาชญากรรมทั่วไป
ตำรวจบางแห่งจะไม่สนใจคดีการแจ้งคนหาย บางคดีเกี่ยวข้องกับการจับตัวไปเรียกค่าไถ่ นั่นทำให้เหยื่อต้องเสียชีวิตกว่าที่ตำรวจจะเข้าไปช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตำรวจนครบาลเคยตื่นตัวเรียกการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับการจับตัวประกันและเรียกค่าไถ่ แต่ก็เป็นการตื่นตัวเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น จนปัจจุบันก็ยังไม่มีหน่วยงานนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
พ.ต.ท.ธีรเดช ย้อนรอยคดีการเรียกค่าไถ่ปิยพันธ์ ให้ฟังว่า เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 16 ธ.ค.ปีก่อน คนร้ายขู่ขอเงิน 2 ล้านบาท แต่แม่ของ ปิยพันธ์ ปฏิเสธในทำนองไม่ค่อยเชื่อกับเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น และนำเรื่องเข้าแจ้งตำรวจสน.โชคชัย ตำรวจก็เพียงรับเรื่องไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น
ด้วยความที่ไม่มีหน่วยงานของตำรวจรับทำคดีนี้เป็นพิเศษ เธอจึงแกะรอยคดีนี้ด้วยตัวเองก่อนในเบื้องต้น โดยเข้าติดต่อกับธนาคารเพื่อขอบันทึกการใช้บัตรเอทีเอ็มของลูกชาย พบเงินถูกเบิกออกไปจากตู้เอทีเอ็ม และเมื่อไปดูกล้องวงจรปิด ก็พบผู้ต้องสงสัย เธอจึงนำหลักฐานแจ้งกองปราบปราม
กองปราบปรามก็ไม่รอช้า ส่งนายตำรวจมือดี พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผู้กำกับการ 1 และพ.ต.ท.ธีรเดช จัดชุดสืบสวนเข้าแกะรอยทันทีแต่เวลาที่ให้กองปราบปรามขยับตัวน้อยเกินไป เพราะรุ่งเช้าของวันถัดมา ศพของปิยพันธ์ก็ลอยขึ้นมาร้องขอความเป็นธรรมอยู่ในคลองปักหลัก 2 ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก เขตประเวศ ในสภาพที่สุดอนาถ
ในที่สุดก็จับผู้ต้องหาได้ยกแก๊งรวม 4 คน ประกอบด้วย อภิรพัฒน์ สุขะอาคม อายุ 27 ปี ปภาวิน หมายประทุม อายุ 28 ปี ณัฐพลอินทร์เงิน อายุ 22 ปี และภาณุพงศ์ ศิรพันธุ์พาณิชย์ อายุ 26 ปี และแทบไม่น่าเชื่อ สองในสี่คนร้าย คือ อภิรพัฒน์ และปภาวิน มีอาชีพเป็นถึงสถาปนิก และสองคนที่เหลือก็ทำงานอยู่ในแวดวงเดียวกัน
ที่สำคัญ ทั้งหมดไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน แต่กระนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดก็รับสารภาพพร้อมกับถูกแจ้งข้อหาร่วมกันเอาตัวบุคคลอายุกว่า 15 ปี ไปเรียกค่าไถ่ ทำให้ถึงแก่ความตาย และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมของกลางเชือกไนลอน กระสอบปุ๋ยบรรจุทรายจำนวน 3 ถุง และถุงพลาสติกสีดำ
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ชี้ให้เห็นว่าคนร้ายมีความสนิทสนมกับคนตาย เพราะมีการโทรศัพท์เรียกคนตายให้ออกมาจากร้านอินเทอร์เน็ต ในขณะที่ปริศนาอย่างหนึ่งที่ตำรวจไม่รู้ก็คือว่าทำไมกลุ่มคนร้ายถึงมีทักษะในการก่อเหตุ ในขณะที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน
เช่น มีการบังหน้าไม่ให้กล้องวงจรปิดของธนาคารจับภาพได้ หรือไม่ใช้บัญชีของตัวเองให้แม่ของเหยื่อโอนเงิน ที่สำคัญที่สุดคือ ทำไมทั้ง4 คน ถึงมีความเห็นตรงกันว่าจะต้องฆ่าเหยื่อทิ้ง หลังจากไม่ได้เงินตามที่ต้องการ เพราะเป็นเรื่องที่ยากมากที่ใครก็ตามที่ไม่เคยก่ออาชญากรรมมาก่อนจะลงความเห็นเหมือนกันว่าจะต้องฆ่าคนทิ้ง
“ตรงนี้ทำให้เราตั้งข้อสังเกตว่า คนร้ายอาจจะเคยลงมือก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อนแล้ว แต่ไม่เคยมีใครแจ้งความ หรือไม่คนที่ถูกแจ้งความคนหายไว้หลายคนก่อนหน้านี้ อาจจะเกี่ยวพันกับคนร้ายแก๊งนี้ก็ได้” พ.ต.ท.ธีรเดช กล่าว พร้อมกับบอกว่าคำรับสารภาพของคนร้ายก็มีท่าทีพิรุธ โดยอ้างว่าลงมือเรียกค่าไถ่เหยื่อ เพราะเหยื่อบอกว่าที่บ้านมีฐานะ เป็นเหตุผลที่เบาบางเกินไป
ทางที่ดีที่สุดคือ การแสวงหาหลักฐานและพยานในคดีนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อมัดไม่ให้หลุดในชั้นศาล รวมทั้งการขยายผลเกี่ยวกับคนร้ายแก๊งนี้ก็มีความสำคัญ ซึ่งกองปราบปรามกำลังให้ความสำคัญเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้มาก
อย่างไรก็ตาม หากตำรวจไทยผุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคดีการเรียกค่าไถ่ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ก็น่าจะเป็นการดีสำหรับการไขคดีในลักษณะนี้ รวมทั้งคดีคนหายที่ทุกวันนี้ยังไร้คำตอบ ก็อาจจะได้คำตอบในไม่ช้า







