posttoday

จับตาแผนแก้หนี้ยุโรปส่อล่ม ยิ่งรัดเข็มขัด ปัญหายิ่ง 'เยอะ'

16 มกราคม 2555

แม้จะเร่งผลักดันมาตรการต่างๆ ออกมากอบกู้วิกฤตหนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อมายาวนานกว่า 2 ปี

โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์

แม้จะเร่งผลักดันมาตรการต่างๆ ออกมากอบกู้วิกฤตหนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อมายาวนานกว่า 2 ปี ไม่ให้บานปลาย แต่สุดท้ายความพยายามทั้งหมดของกลุ่มยูโรโซนก็ไม่อาจช่วยป้องกันการถูกหั่นอันดับความน่าเชื่อถือครั้งใหญ่ของ 9 ประเทศสมาชิก ซึ่งรวมถึงฝรั่งเศส หัวเรือใหญ่ในการแก้วิกฤตหนี้ ที่ในที่สุดก็ต้องสูญเสียเครดิตระดับสูงสุด AAA ไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว

แม้ว่าการประกาศหั่นเครดิตครั้งนี้ จะเป็นไปตามคาดการณ์ของบรรดานักวิเคราะห์ภายหลังสถาบันจัดอันดับชื่อดังหลายแห่งได้ออกมาขู่ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วว่า กำลังทบทวนเครดิตของบรรดาชาติยุโรปครั้งใหญ่ ประกอบกับผู้นำฝรั่งเศสที่ได้ออกมายืดอกยอมรับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การถูกหั่นเครดิตเป็นสิ่งที่ประเทศไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทว่า การประกาศเฉือนเครดิต 9 ชาติยูโรโซนของสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) เมื่อคืนวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้สร้างความหวั่นวิตกว่าจะนำไปสู่การหยุดชะงักของแผนกอบกู้วิกฤตหนี้ ซึ่งสุดท้ายอาจทำให้ปัญหาบานปลายจนฉุดเศรษฐกิจโลกดิ่งเหวสู่ห้วงอันตรายอีกครั้ง

เพราะต้องไม่ลืมว่าฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป คือผู้อัดฉีดเงินเข้ากองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) มากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากเยอรมนี โดยสมทบเงินมากถึง 1.58 แสนล้านยูโร หรือคิดเป็น 20% ของเงินสมทบทั้งหมด

จับตาแผนแก้หนี้ยุโรปส่อล่ม ยิ่งรัดเข็มขัด ปัญหายิ่ง 'เยอะ'

แต่เมื่อต้องเผชิญกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจภายในประเทศจากการถูกเขี่ยจากอันดับเครดิตสูงสุด มีความเป็นไปได้สูงที่ฝรั่งเศสจะลดปริมาณเงินสมทบลง ซึ่งในที่สุดภาระดังกล่าวก็จะตกอยู่ที่พี่เบิ้มของยุโรปอย่างเยอรมนีนั่นเอง

แฟรงก์ แชฟฟ์เลอร์ สมาชิกพรรคฟรีเดโมแครต (เอฟดีพี) ของเยอรมนี เตือนว่า หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เยอรมนีก็จะต้องแบกรับภาระเงินสมทบกองทุนมากขึ้นเกือบ 2 เท่า เพื่อรักษาเครดิตระดับทริปเปิลเอของกองทุนเอาไว้ ซึ่งภาระอันหนักหน่วงนี้จะยิ่งทำให้เมืองเบียร์เสี่ยงถูกลดเครดิตมากขึ้นตามไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ฝรั่งเศสยังเป็นหนึ่งในประเทศผู้ค้ำประกันให้กับอีเอฟเอสเอฟ โดยกองทุนนี้สามารถระดมทุนด้วยการกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ก็เพราะมีชาติยุโรปที่มีเครดิตในระดับ AAA 6 ประเทศ คอยค้ำประกันอยู่นั่นเอง

ดังนั้น เมื่อผู้ค้ำประกันรายใหญ่ถูกลดความน่าเชื่อถือลง กองทุนแก้หนี้ของยุโรปจึงต้องเสี่ยงถูกหั่นเครดิตตาม เนื่องจากอาจต้องเผชิญอุปสรรคในการระดมทุน ซึ่งแน่นอนว่าจะบั่นทอนศักยภาพของกองทุนในการช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่กำลังเผชิญวิกฤตหนี้อย่างแน่นอน โดยเอสแอนด์พีเอง ก็เคยออกโรงเตือนถึงความเป็นไปได้ในการหั่นเครดิตกองทุนดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง

การลดเครดิตของเอสแอนด์พีในครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของแผนแก้หนี้ที่ผ่านมาอีกด้วย โดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ของสหรัฐได้แสดงความเห็นว่า กลยุทธ์ที่มุ่งเน้น “การรัดเข็มขัด” คือตัวการสำคัญที่ทำให้ปัญหาหนี้แผ่ขยายเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น จนบัดนี้ได้ลุกลามสู่ประเทศขนาดใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นหัวใจสำคัญและเป็นตัวขับเคลื่อนกลุ่มยูโรโซนไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป 23 ประเทศครั้งล่าสุด ที่ประชุมยกเว้นอังกฤษและฮังการี ได้เห็นพ้องยอมรับใช้ข้อตกลงทางการคลัง (Fiscal Compact) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่มุ่งสร้างระเบียบวินัยทางการคลัง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศสมาชิกขาดดุลงบประมาณ ซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว แต่ละประเทศจะต้องตรวจสอบการใช้จ่ายซึ่งกันและกัน ซึ่งหากประเทศใดมีการใช้จ่ายเกินกำหนด ก็อาจต้องเจอบทลงโทษ

แต่แน่นอน ในทางกลับกัน แผนดังกล่าวก็ถูกโจมตีอย่างหนักว่าไร้ซึ่งกลไกในการแก้ปัญหา และขณะเดียวกันก็ไม่อาจช่วยคลายความกังวลของตลาดได้

“แม้เยอรมนีจะสามารถรักษาอันดับเครดิตระดับทริปเปิลเอไว้ได้ แต่รัฐบาลเมืองเบียร์ก็ควรตระหนักเสียทีว่า หากปราศจากมาตรการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว ชาติสมาชิกยุโรปก็จะไม่มีวันหลุดพ้นจากวิกฤตหนี้ได้”

นิวยอร์กไทมส์ระบุย้ำว่า มาตรการรัดเข็มขัดมีแต่จะยิ่งฉุดวิกฤตให้เลวร้ายมากขึ้นเท่านั้น เพราะต้องไม่ลืมว่า เศรษฐกิจจะเติบโตได้ก็ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายของภาคประชาชน การสร้างงาน หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ

โซนี คาปูร์ ผู้อำนวยการสถาบันรีดีไฟน์ สถาบันคลังสมองแห่งหนึ่ง ให้ความเห็นว่า การหั่นเครดิตของเอสแอนด์พีครั้งนี้ เปรียบเสมือนการหั่นความน่าเชื่อถือของแผนแก้หนี้ของยุโรปเสียมากกว่า!

ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่การประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 ม.ค. ว่า ยุโรปจะได้รับบทเรียนอันล้ำค่าและพร้อมแก้ปัญหาอย่างจริงจังเสียทีหรือไม่

หรือจะยังคงจมปลักโงหัวไม่ขึ้นกับกองหนี้อีกต่อไป!

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด แมนซิตี้ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน เอฟเอคัพ วันนี้ 25 เม.ย.69