
นิติราษฎร์ตั้งโต๊ะล่าชื่อแก้ไขม.112
นิติราษฎร์เปิดตัวคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา112 เตรียมรวบรวม 10,000รายชื่อใน112วัน "นิธิ"ชี้เหตุต้องแก้ไขเพื่อป้องกันการนำไปใช้พร่ำเพรื่อ
นิติราษฎร์เปิดตัวคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา112 เตรียมรวบรวม 10,000รายชื่อใน112วัน "นิธิ"ชี้เหตุต้องแก้ไขเพื่อป้องกันการนำไปใช้พร่ำเพรื่อ
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. กลุ่มนักวิชาการในนามคณะนิติราษฎร์ ได้จัดเวทีเปิดตัวคณะรณรงค์แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 (ครก.112) ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ทั้งนี้กลุ่มคณะรณรงค์ดังกล่าวจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อประชาชนอย่างน้อย 10,000 ชื่อภายใน 112 วัน เพื่อประกอบการเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภาต่อไป
นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ทำไมจึงต้องแก้ไขมาตรา 112”โดยระบุว่าว่า กรณีของมาตรา 112 ยังไม่สามารถนิยามหรือหาหลักเกณฑ์ได้อย่างชัดเจนว่าการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายนั้นเป็นอย่างไร แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้พิพากษาของศาล
นอกจากนี้ สัดส่วนของผู้ถูกลงโทษตามมาตรานี้ที่กำหนดให้ต้องถูกจำคุกไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือไม่เกิน 15 ปีนั้น ไม่สอดคล้องกับความผิดที่ทำ โดยมีโทษแรงเกินกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก และควรแยกให้มาตรา 112 ออกจากลักษณะว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักรนั้น เพราะถ้าผู้ที่ทำความผิดโดยไม่ได้มีเจตนาที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เช่น เป็นคนปากพล่อย ก็ควรได้รับโทษลดลง
นายนิธิกล่าวอีกว่า การปล่อยให้ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้องร้องผู้ทำผิดตามมาตรานี้ ทำให้ถูกใช้อย่างพร่ำเพรื่อหรือฉ้อฉล และมีการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือทางส่วนตัวไปใช้ฟ้องร้อง ซึ่งส่งผลร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย จึงควรแก้ไขโดยกำหนดให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้นมีอำนาจฟ้องร้องกล่าวโทษได้
ด้าน น.ส.กฤตยา อาชวนิจกุล อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะตัวแทนคณะรณรงค์แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 ได้อ่านแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า คณะนิติราษฎร์ขอเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีสาระสำคัญคือ 1.ให้ยกเลิกมาตรา 112 ออกจากลักษณะว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร 2.เพิ่มหมวดลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
3.แบ่งแยกการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระมหาษัตริย์ ออกจากการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ 4.เปลี่ยนบทลงโทษให้กำหนดโทษสูงสุดอยู่ที่การจำคุกไม่เกิน 3 ปีสำหรับการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือการแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และไม่เกิน 2 ปีในกรณีที่กระทำต่อพระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
5.เพิ่มเหตุยกเว้นความผิดกรณีแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต 6.เพิ่มเหตุยกเว้นโทษ ในกรณีที่ข้อความที่กล่าวหานั้นได้รับการพิสูจน์ว่า เป็นความจริงและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และ 7.ให้สำนักราชเลขาธิการเท่านั้นมีอำนาจเป็นผู้กล่าวโทษผู้ที่ทำความผิดแทนพระองค์







