
ครม.สัญจรรับข้อเสนอคอนธ.-ยกร่างรธน.
มติครม.สัญจรมอบเฉลิม-ก.ยุติธรรมศึกษาข้อเสนอคอ.นธ.ตั้งกรรมการร่างรธน.บังคับใช้ม.112ชั้นความลับไม่แตะพรบ.กลาโหม
มติครม.สัญจรมอบเฉลิม-ก.ยุติธรรมศึกษาข้อเสนอคอ.นธ.ตั้งกก.ร่างรธน.บังคับใช้ม.112ชั้นความลับไม่แตะพรบ.กลาโหม
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่จ.เชียงใหม่ว่า ครม.รับทราบรายงานความคืบหน้าการทำงานรอบ 3 เดือน และเป็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ(คอนธ.) ที่มีนายอุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธานโดยเป็นการเสนอเรื่องผ่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ศึกษาความก้าวหน้า และแผนการดำเนินการร่วมกับกระทรวงยุติธรรมเพื่อศึกษาหรือนำไปปฏิบัติ แล้วนำกลับเข้าครม.อีกครั้ง
นายอนุสรณ์กล่าวว่า เอกสารของคอนธ.เป็นการรายงานและเสนอสภาพปัญหา พร้อมข้อเสนอแนะแนวทางจำนวน 5 เรื่อง ประกอบด้วย
1.ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจรจาจรที่เจ้าพนักงานจราจรเรียกขับขี่รถจากผู้ขับรถจักรยานยนต์ที่กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการจราจร โดยเห็นสมควรให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยการออกระเบียบภายในเพิ่มเติมโดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย
2.ปัญหาเกี่ยวกับสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลย ที่ได้รับการการปล่อยตัวชั่วคราว แม้จะมีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวตามที่รัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายและวิธีความอาญารับรองไว้ แต่ในทางปฏิบัติมักจะไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์หรือหลักเกณฑ์ของกฎหมาย จึงเห็นสมควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายด้วยการยึดมั่นในหลักความยุติธรรม ความเสมอและสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลย โดยเฉพาะการใช้ดุลพินิจควรอยู่ในกรอบของกฎหมายและหลักเมตตาธรรมในการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น
3.ปัญหาการดำเนินการในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและตามพระราชบัญญัติว่าด้วยกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์2550 ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบในทางการเมือง จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับคดีดังกล่าวให้มีความเป็นเอกภาพและดำเนินงานร่วมกันอยางบูรณาการ โดยต้องดำเนินการให้เป็นเรื่อง “ลับมาก” ในกรณีและทุกขั้นตอน และปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีดังกล่าวของสตช.
4.การพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมและส่วนราชการในกองทัพไทย ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม2551 โดยเห็นว่ามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักการบริหารราชการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้การพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแต่ประการใด
5.เป็นข้อเสนอเกี่ยวกับกระทบวนและขั้นตอนในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้มาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญที่จะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) แต่เห็นควรให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามหลักเกณฑ์และวิธีการของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 291 โดยให้ครม.แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมละกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันแล้วนำเสนอต่อครม.เพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภาต่อไป







