
ชงครม.สัญจรลงทุนระบบขนส่งหลายแสนล.
ชง ครม.สัญจรวันนี้รับข้อเสนอลงทุนระบบขนส่ง 4 เส้นทางภาคเหนือ ใช้เงินหลายแสนล้านบาท
ชง ครม.สัญจรวันนี้รับข้อเสนอลงทุนระบบขนส่ง 4 เส้นทางภาคเหนือ ใช้เงินหลายแสนล้านบาท
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ส่วนภูมิภาค ซึ่งประชุมที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา มีมติรับข้อเสนอแผนการลงทุนโครงการระบบขนส่งทางรางและถนน พร้อมข้อเสนอการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดภาคเหนือ โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร พิจารณาวันที่ 15 ม.ค.
ทั้งนี้ การลงทุนระบบขนส่ง ได้แก่ 1.โครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 754 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 2.3 แสนล้านบาท ตั้งเป้าก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2560 2.โครงการพัฒนาเส้นทางมอเตอร์เวย์เชียงใหม่-เชียงราย 150 กิโลเมตร ลดระยะเวลาเดินทางเชียงใหม่-เชียงราย จาก 4 ชั่วโมง เหลือ 2 ชั่วโมง
3.โครงการลงทุนรถไฟรางคู่ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ลพบุรี-นครสวรรค์-ปากน้ำโพ ระยะทาง 118 กิโลเมตร ระยะเวลาปี 25582562 ระยะที่ 2 ปากน้ำโพ-ตะพานหิน ระยะทาง 69 กิโลเมตร ระยะเวลาปี 2558-2562 และระยะที่ 3 ตะพานหิน-เชียงใหม่ ระยะทาง 427 กิโลเมตร ระยะเวลาปี 2563-2568
และ 4.การลงทุนโครงการรถไฟสายใหม่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 246 กิโลเมตร
นอกจากนี้ กรอ.รับทราบข้อเสนอการลงทุนระบบน้ำ เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างอ่างเก็บน้ำลุ่มแม่น้ำยมเพื่อป้องกันและบริหารจัดการน้ำท่วม ซึ่ง กรอ.จะเสนอโครงการเหล่านี้ต่อที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) พิจารณาต่อไป
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เสนอให้ กรอ.สนับสนุนนโยบายกระจายการท่องเที่ยวให้สมดุล เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่ที่เมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น พัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเมืองท่องเที่ยวรองได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวถดถอยต่อเนื่อง
ด้านนายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข นำคณะลงพื้นที่รับฟังการสรุปแผนงานโครงการจากนายไมตรี อินทุสุต ผวจ.พะเยา วันที่ 14 ม.ค. เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้
โดย จ.พะเยา มีโครงการที่จะนำเสนอรวม 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโรงพยาบาลเชียงคำ และ 2.โครงการอาหารปลอดภัย โดย จ.พะเยา ขอเป็นต้นแบบโครงการอาหารปลอดภัยของประเทศไทยด้วย







