
เอสแอนด์พีหั่นเครดิต9ยุโรป
เอสแอนด์พีหั่นอันดับความน่าเชื่อถือรวดเดียว 9 ชาติยุโรป ฝรั่งเศสไม่รอด อิตาลีอันดับเครดิตใกล้ระดับขยะ
เอสแอนด์พีหั่นอันดับความน่าเชื่อถือรวดเดียว 9 ชาติยุโรป ฝรั่งเศสไม่รอด อิตาลีอันดับเครดิตใกล้ระดับขยะ
สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ หรือเอสแอนด์พี สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของสหรัฐ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศสมาชิกในยูโรโซน 9 ชาติ ซึ่งรวมถึงฝรั่งเศสและออสเตรียที่ถูกลดอันดับลง 1 ขั้น จากระดับสูงสุดที่ AAA มาอยู่ที่ AA+ โดยยังยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของเยอรมนีในระดับเดิม
สำหรับประเทศอิตาลี สเปน โปรตุเกส และไซปรัส ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงชาติละ 2 ขั้น
เอสแอนด์พีให้เหตุผลของการลดอันดับความน่าเชื่อถือครั้งนี้ว่า ข้อตกลงที่ผู้นำยุโรปบรรลุในเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ไม่เพียงพอที่จะแก้วิกฤตหนี้สินของยูโรโซนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรัฐบาลของทั้ง 9 ชาติยังคงละเลยต่อการจัดการที่ต้นเหตุ
เอสแอนด์พี ระบุว่า กระบวนการปฏิรูปการเงินการคลังประเทศด้วยการเน้นแต่การใช้นโยบายรัดเข็มขัดอย่างเดียวอาจกลายเป็นอุปสรรคของการแก้วิกฤตเนื่องจากในขณะนี้ความต้องการบริโภคภายในประเทศลดลงอย่างมาก ประกอบกับประชาชนจำนวนมากเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงด้านหน้าที่การงาน รายได้ที่ลดลง และอัตราภาษีของรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น
การหั่นอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีจากระดับ A มาอยู่ที่ BBB+ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับขยะนั้น ส่งสัญญาณให้เห็นว่าอาจส่งผลกระทบให้ความพยายามในการระดมทุนของรัฐบาลอิตาลีเป็นไปด้วยความยากลำบากมากยิ่งขึ้น
ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวในงาน “Invest Thailand Fair ครั้งที่ 1 และมหกรรมวิเคราะห์หลักทรัพย์” ว่า การลดอันดับเครดิตดังกล่าวเป็นไปตามคาดการณ์ แต่สะท้อนว่าสถานการณ์ของยุโรปแย่กว่าที่หลายคนคิด
ที่ผ่านมาปัญหายูโรโซนได้รับการแก้ไขชั่วคราวเท่านั้น ธนาคารกลางยุโรปอัดฉีดสภาพคล่อง เหมือนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยให้สภาพคล่องกับธนาคารพาณิชย์ แต่ก็เกิดวิกฤตจนได้ เปรียบเสมือนเป็นยาพิษ อาการดีขึ้นชั่วคราว แต่ภาระหนักกลับตกอยู่กับธนาคารกลาง ส่วนเจ้าหนี้ได้เงินคืนแล้ว
“ตอนนี้เกิดคำถามว่าธนาคารกลางยุโรปจะซื้อเวลาได้อีกนานแค่ไหน และจะทำอะไรต่อไป เมื่ออัดฉีดสภาพคล่องแล้วยังเอาไม่อยู่ปัญหากำลังลุกลามยิ่งขึ้น เดี๋ยวเดือน ก.พ. คงจะมีมาตรการออกมาอีก แต่วิกฤตยังลากอีกยาว เปรียบเหมือนเวลานี้ 4 ทุ่มกว่าความมืดจะปกคลุม ถึงวันนั้นเอาไม่อยู่เกิดคำถามว่าเป็นประเทศใด” นายกอบศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัญหายุโรปที่เกิดขึ้นมานาน หากเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นมาจะไม่รุนแรงเท่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 เพราะทุกฝ่ายมีเวลาเตรียมการ คนที่รู้ได้ถอนการลงทุนออกแล้ววิกฤตสำคัญที่เกิดขึ้นในยุโรปนั้นจะลากยาวไปหลายปี
นางอัจนา ไวความดี อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า หนี้ยุโรปคงจะไม่เลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาจวนตัวก็จะมีทางออกอย่างแน่นอน และเศรษฐกิจสหรัฐก็ดีขึ้นเรื่อยๆ คงจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย







