
ปธ.สภาแนะรอ กมธ.ปรองดองสรุปก่อนยื่นร่างแก่รธน.
“สมศักดิ์”แนะรอ กมธ.ปรองดองสรุปก่อนยื่นร่างแก่รธน.ม.291 คาดเริ่มได้ปลาย เม.ย.
“สมศักดิ์”แนะรอ กมธ.ปรองดองสรุปก่อนยื่นร่างแก่รธน.ม.291 คาดเริ่มได้ปลาย เม.ย.
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า คาดว่าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)นั้นจะมีขึ้นในสมัยประชุมสภานี้ และน่าจะเป็นก่อนวันที่18 เม.ย. ทั้งนี้ เท่าที่ทราบนั้นอาจมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน 3 ช่องทางคือ รัฐบาล พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ที่น่ากังวลคือถ้าประชาชนเสนอร่างแก้ไขเข้าสภาฯ จะต้องเสียเวลาในการตรวจสอบรายชื่ออีก 2 เดือน ซึ่งเกรงว่าอาจจะไม่ทัน และถ้าให้พิจารณาโดยที่ไม่มีร่างของคนเสื้อแดงเข้ามาประกบก็อาจจะตกขบวนได้
"ดังนั้นคงต้องถามว่าจะรับได้หรือไม่ แต่ถ้าต้องรอทั้งหมด กว่าจะได้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ก็คงจะเริ่มได้ในช่วงใกล้ปิดสมัยประชุมแล้ว"
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้าเสนอวันไหนก็ขัดแย้งกันเมื่อนั้น เพราะทุกฝ่ายต่างมีทิฐิและผลประโยชน์ ตราบใดที่ยังประสานความขัดแย้งไม่ได้ ไม่คุยกันว่าจะแก้เนื้อหาในรัฐธรรมนูญกันอย่างไร จะมีจุดร่วมที่เจอกันได้ตรงไหน และหากบอกว่าจะไม่ให้มีวุฒิสภา ก็จะเป็นเรื่องตั้งแต่ยังไม่ได้แก้
ดังนั้น ตัวแทนกลุ่มต่างๆ จึงต้องหารือกัน รัฐบาล เสื้อแดง เสื้อเหลือง และวุฒิสภา โดยอาจให้ผู้อาวุโสของบ้านเมืองมาประสานประโยชน์ให้ลงตัวกันทุกฝ่าย ส่วนระยะเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ คาดว่าคงต้องใช้เวลาเป็นปี เพราะกว่าจะร่างเสร็จ ยังต้องมีการทำประชามติที่ตามปกติใช้เวลา 3 เดือน แต่ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291ก็สามารถกำหนดเวลาการทำประชามติให้เร็วขึ้นได้ โดยอาจใช้เวลาเพียง 1 เดือนเหมือนในการร่างรัฐธรรมนูญปี 2550
นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ตนเห็นว่าการยื่นร่างแก้ไขมาตรา 291 นั้น ควรรอให้คณะกรรมาธิการปรองดองของสภาผู้แทนราษฎรมีข้อสรุปออกมาก่อนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะอาจจะช่วยลดความขัดแย้งลงได้ ทั้งนี้ สำหรับการแก้ปัญหาความปรองดองนั้น ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม ขอให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความเป็นประชาธิปไตยก็พอ เช่น ให้มีการถ่วงดุลกันระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ อยู่ในกรอบของนิติรัฐแล้วเรื่องอื่นก็จะตามมาเอง







