ฝากขัง 2ผัวเมียค้ายาชนร.ต.อ.ดับ
ฝากขัง 2 ผัวเมีย แก๊งค้ายาขับชน ร.ต.อ.ดับ- ค้านประกัน ด้าน พ่อผู้ต้องหาอ้างลูกถูกซ้อม
ฝากขัง 2 ผัวเมีย แก๊งค้ายาขับชน ร.ต.อ.ดับ- ค้านประกัน ด้าน พ่อผู้ต้องหาอ้างลูกถูกซ้อม
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก 14.00 น. พ.ต.ท.อรุณ อุ่นเมตตาอารีย์ พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ควบคุมตัว นายอลงกรณ์ หรือบอย เริ่มประชาธิปไตย อายุ 25 ปี และ น.ส.ปรียานุช หรือปิ๋ว พุฒิกร อายุ 23 ปี แฟนสาว ผู้ต้องหาคดีค้ายา ซึ่งขับรถยนต์ชน ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ดาวเรือง อายุ 30 ปี รอง สว.สืบสวน สน.สุทธิสาร จนเสียชีวิตเมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ม.ค. มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 - 24 ม.ค. นี้ เนื่องจากยังต้องสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์มือ จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์ยาของกลาง โดยพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการประกันตัวด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง จึงเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
โดยคำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจ วางแผนให้สายลับล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหาจำนวน 200 เม็ด โดยนายอลงกรณ์ ผู้ต้องหาที่ 1 ตกลงจะส่งมอบยา ภายในซอยลาดพร้าว 48 แยก 3 แล้วสายลับจะโอนให้ภายหลัง แต่เมื่อผู้ต้องหาที่ 1 ขับรถยนต์มาสด้า ทะเบียน ฎฟ 7874 กรุงเทพ ฯ ที่มี น.ส.ปรียานุช ผู้ต้องหาที่ 2 นั่งมาด้วย มาถึงที่เกิดเหตุผู้ต้องหาที่ 1 นำยาบ้า 2 เม็ดที่ใส่กล่องนมโยนให้สายลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเฝ้าจับกุมจึงเข้าตรวจยึดยาดังกล่าวไว้เป็นของกลาง แล้วแจ้งวิทยุสื่อสารกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาที่ 1 ขับรถเลี้ยวกลับเพื่อถอยหลัง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัวเพื่อจะจับกุม ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ขับรถยนต์หลบหนีโดยย้อนกลับมาทางเดิม ขณะนั้น ส.ต.ท.ศิรวิทย์ รวมจิตร ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มี ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ดาวเรือง นั่งซ้อนท้าย ติดตามเพื่อจับกุมผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ขับรถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ดังกล่าว จนล้มลงแล้วได้ชน ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แล้วผู้ต้องหาที่ 1 ขับรถหลบหนีไป กระทั่งชนกับรถของประชาชนและรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามจับกุม จนรถผู้ต้องหาไม่สามารถขับไปได้อีก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้เมื่อเวลา 16.30 น. เมื่อตรวจค้นรถยนต์ พบยาไอซ์ 4 ถุง แล้วเมื่อเข้าตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหายังพบยาไอซ์อีก 5 ถุง จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีผู้ต้องหาที่ 1 ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า จำนวน 200 เม็ด และยาไอซ์ 9 ถุง น้ำหนักรวม 6.83 กรัม ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฆ่า และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 และ 83 และผู้ต้องหาที่ 2 ในข้อหา ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ แต่ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ
โดยศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ด้านนายประพันธ์ เริ่มประชาธิปไตย บิดาของนายอลงกรณ์ กล่าวภายหลังที่เดินทางเข้าเยี่ยมบุตรชาย และ เห็นใบหน้าที่บวมปูด ใต้ตาขวาปิดบวมช้ำของบุตรชายว่า อยากจะขอร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านสื่อมวลชน ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายบุตรชายอีก เพราะถึงอย่างไร ก็ถูกจับกุมแล้ว อีกทั้งยังให้การรับสารภาพ และให้ความร่วมมือกับ ตำรวจในทุกๆอย่าง ซึ่งวันแรกที่บุตรชายตนถูกจับกุมใบหน้ายังไม่มีรอยบวมขนาดนี้ แต่ผ่านไปแค่ 2 วัน ใบหน้ากลับบวมปูด ซึ่งหากบุตรชายตนผิด ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่อย่าทำร้ายร่างกายกันเลย และคงจะไม่ได้ยื่นประกันตัวบุตรชาย เพราะไม่มีเงินพอ


