
ชินวรณ์ประกาศกฎเหล็กห้ามรร.ดังรับ‘แป๊ะเจี๊ยะ’
ทั้งนี้ ให้แต่ละโรงเรียนกำหนดวิธีการรับนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขอเน้นย้ำว่า แต่ละโรงเรียนจะต้องไม่มีปัญหาในเรื่องของเงินกินเปล่าหรือแป๊ะเจี๊ยะเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม นายชินวรณ์ กล่าวว่า ขอถือโอกาสในการประชุมครั้งนี้ประชาสัมพันธ์ในผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมในการระดมทรัพยากรมาช่วยในเรื่องการศึกษา เพื่อให้ทุกฝ่ายตระหนักว่า การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 นั้นต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่จะต้องเป็นไปในด้านการประชาสัมพันธ์เท่านั้นต้องไม่มีกระบวนการเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครองเป็นอันขาด
นอกจากนี้ การรับนักเรียนชั้นม.4 ซึ่งได้กำหนดให้แต่ละโรงเรียนรับนักเรียนที่จบชั้น ม.3 ของโรงเรียนเดิมและประสงค์จะเรียนต่อให้เต็มก่อน โดยเขตพื้นที่การศึกษา จะต้องไปดูแล จัดสรรให้เหมาะสม ตามคะแนนที่เด็กได้สอบขึ้นบัญชีไว้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ห้ามโรงเรียนยอดนิยมเปิดรับสมัครนักเรียนที่จบชั้น ม.3 จากภายนอก ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
สำหรับในระยะยาวการรับนักเรียนจะต้องเป็นไปเพื่อส่งเสริมคุณภาพของโรงเรียนด้วย ทั้งนี้ได้มอบภารกิจนี้ให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี โดยเฉพาะในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวในอนาคตอาจจะต้องรับนักเรียนชั้น ม.ต้น ในสัดส่วนที่จำกัด โดยขยายการรับนักเรียนชั้น ม.ปลาย เพิ่มขึ้นตามลำดับในแต่ละปี
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงคุณภาพ ทั้งนี้ ในอนาคต การเข้าเรียนต่อ จะต้องมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับการเรียนในระดับอาชีวศึกษา เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการเรียนในสายอาชีพ สำหรับเด็กที่เรียนอ่อน หรือมีความถนัดในด้านอื่น ขณะที่สายสามัญ ในระดับ ม.ปลาย อาจจะต้องมีการสอบเข้า อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวจะตัดสินใจใช้ในปีใดขึ้นอยู่กับผลจากการวิจัยของ สพฐ.







