
คำถามที่ต้องเร่งตอบ
เห็นเรื่องการขึ้นราคาของบรรดาก๊าซต่างๆ จนถึงขั้นที่มีม็อบรถบรรทุกออกมาปิดถนนกำลังฮอต
เห็นเรื่องการขึ้นราคาของบรรดาก๊าซต่างๆ จนถึงขั้นที่มีม็อบรถบรรทุกออกมาปิดถนนกำลังฮอต
โดย..ภาสกร พุทธิชีวิน
เห็นเรื่องการขึ้นราคาของบรรดาก๊าซต่างๆ จนถึงขั้นที่มีม็อบรถบรรทุกออกมาปิดถนนกำลังฮอต ก็เลยจะพาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับสิ่งที่เขากำลังพูดถึงบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์กันครับ ความแตกต่างกันระหว่างก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Vehicles : NGV) กับก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas : LPG) เป็นอย่างนี้ครับ
ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ การขนส่งไปยังผู้ใช้จะต้องขนส่งผ่านทางท่อในรูปของก๊าซภายใต้ความดันที่สูง ไม่เหมาะสำหรับขนส่งไกลๆ หรืออาจบรรจุใส่ถังในรูปก๊าซธรรมชาติอัด โดยใช้ความดันสูง หรือเรียกว่า (CNG) ปัจจุบันมีการขนส่งก๊าซธรรมชาติในรูปของเหลว โดยทำให้ก๊าซเย็นลงถึง 160ํ C จะได้ของเหลวที่เรียกว่า Liquefied Natural Gas หรือ LNG ซึ่งสามารถขนส่งทางเรือไปได้ไกลๆ เมื่อถึงปลายทางก่อนนำมาใช้ก็จะทำให้ของเหลวเปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นก๊าซตามเดิม ก๊าซธรรมชาติมีค่าออกเทนสูงถึง 120 RON จึงสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ได้
ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) คนไทยเรียกว่าก๊าซหุงต้ม เป็นสารประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซโพรเพน (Propane) เป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศ โดยตัว LPG ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ดังนั้น ก๊าซที่หนักกว่าอากาศจึงมีการสะสมและลุกไหม้ได้ง่าย จึงมีการกำหนดให้มีการเติมกลิ่นเข้าไปเพื่อเป็นการเตือนภัยหากเกิดก๊าซรั่วขึ้นมา LPG ส่วนใหญ่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือนและกิจการอุตสาหกรรม โดยบรรจุเป็นของเหลวใส่ถังที่ทนความดันเพื่อให้ง่ายต่อการขนส่ง นอกจากนี้ ยังนิยมใช้แทนน้ำมันเบนซินในรถยนต์ เนื่องจากราคาถูกกว่าและมีออกเทนสูงถึง 105 RON
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจาก บริษัท ปตท. ครับ
ก๊าซสองตัวนี้ คือสาเหตุที่รถเมล์ รถขนส่ง รถบัส ออกมาปิดถนนวิภาวดี หน้า บริษัท ปตท. เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ม.ค. สาเหตุของการประท้วงเพราะต้องการให้กระทรวงพลังงานชะลอการขึ้นราคาก๊าซสองชนิดนี้ไปก่อน เหตุผลคือยังขาดทุนอยู่ เพราะต้องลงทุนติดตั้งก๊าซ NGV ในรถเป็นเงินจำนวนมาก และการขึ้นราคาก๊าซ NGV และ LPG จะทำให้ผู้ประกอบการขาดทุนอย่างแน่นอน นั่นคือมุมของผู้ประกอบการ
ในมุมของ ปตท. บอกว่าราคาก๊าซ NGV และ LPG เป็นราคาที่ไม่สะท้อนราคาที่แท้จริงของตลาด ปตท.ไม่เคยขึ้นราคาก๊าซเลยตลอดระยะเวลา 10 ปี มียอดขาดทุนสะสมถึง 3.8 หมื่นล้านบาท ตัวเลขจำนวนนี้ดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าเทียบกับกำไรตลอด 10 ปี ของ ปตท. ไม่รู้สักกี่ล้านบาท ตัวเลขขาดทุนจึงไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะของ ปตท.
ในมุมของผู้เสียภาษีก็บอกว่าใครใช้อะไรก็ต้องเสียเท่ากับที่ตัวเองใช้ คนใช้น้ำมันก็ต้องยอมรับสภาพราคาน้ำมันที่มันสูงขึ้น ใครใช้ก๊าซก็ต้องยอมรับสภาพของราคาที่เป็นจริง มิใช่เอาภาษีของคนใช้รถประเภทหนึ่งมาชดเชยคนใช้รถอีกประเภทหนึ่ง คนกลุ่มนี้มองในมุมของเขาว่า “มันไม่แฟร์”
มีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะยังคงอยู่ที่ราคา 100 เหรียญสหรัฐขึ้นไป ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2554 ที่ราคาอยู่ที่ 106 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ราคาน้ำมัน ราคาพลังงานต่างๆ ในตลาดโลกจะขึ้นไปเท่าใดก็ตาม แต่ราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซล ก๊าซ NGV และ LPG ในประเทศไทยกลับไม่สะท้อนราคาของความเป็นจริงในตลาดโลก นั่นเพราะคนไทยได้อานิสงส์จากการดูแลของรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 2553 ที่กำหนดให้ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละไม่เกิน 30 บาท ทั้งที่ปัจจุบันราคาน้ำมันโลกปาเข้าไป 106 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ ดีเซลคงขยับขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับพลังงานอีก 2 ตัว ที่รัฐบาลชดเชยให้อยู่ในอัตราที่สูงและเป็นระยะเวลานานคงหนีไม่พ้น LPG และ NGV โดยเฉพาะ NGV ราคาไม่ขยับมาแล้วราว 10 ปี วันที่ 16 ม.ค.นี้ รัฐบาลจึงประกาศขึ้นราคา LPG กับ NGV พร้อมกัน โดย LPG จะขึ้นต่อเนื่อง และจะทำให้มีราคาสูงกว่าปัจจุบัน 9 บาท ส่วน NGV จะสูงกว่าปัจจุบัน 6 บาท ซึ่งรัฐบาลบอกว่าต้นทุนกับราคาขายนั้นใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าข้างไหนชนะ ผมเชื่อว่า ในอีก 3 ปี ข้างหน้า ตัวเลขพลังงานจะสะท้อนค่าความเป็นจริงทั้งหมด โดยไม่มีการชดเชยหรือตรึงราคาหน้าปั๊มอีกต่อไป เพราะอีก 3 ปี จะเปิดเสรีอาเซียน รถทุกคันในอาเซียนสามารถวิ่งไปมาหาสู่กันได้ รถประเทศอื่นที่วิ่งมาไทยก็ต้องเติมน้ำมันในบ้านของเรา ถ้าเรายังตรึงราคาน้ำมันและก๊าซ เราคงจะสาหัสพอสมควร และสุดท้ายไม่มีรัฐบาลไหนในอาเซียนที่จะตรึงราคาพลังงานตัวใดตัวหนึ่งได้อีกต่อไป
รอบๆ บ้านของเราเกือบทุกประเทศ ค่าพลังงานแพงกว่าเราทั้งนั้น และแพงกว่านานแล้ว พวกเขาแข่งกับเราในราคาพลังงานที่สูงกว่าเรามาโดยตลอด แล้วพวกเขาแข่งได้อย่างสูสี และออกจะนำหน้าเราไปด้วย ลองคิดดูนะครับว่าอันตรายแค่ไหน ที่วันหนึ่งเราต้องแข่งกับพวกเขาในราคาพลังงานที่เราต้องจ่ายเท่ากับเขา ถึงเวลานั้นประเทศไทยของเราจะอยู่ตรงไหนของอาเซียน
นี่เป็นคำถามที่เราต้องเร่งหาคำตอบ
&<2288;







