posttoday
ภตช.จัดสัมมนาจวกกกต.ทำงานไร้ประสิทธิภาพ

ภตช.จัดสัมมนาจวกกกต.ทำงานไร้ประสิทธิภาพ

13 มกราคม 2555

ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นจัดสัมมนาการเมือง ขณะที่นักการเมืองมองการทำงานกกต.ที่ผ่านมาไร้ประสิทธิภาพ

ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นจัดสัมมนาการเมือง ขณะที่นักการเมืองมองการทำงานกกต.ที่ผ่านมาไร้ประสิทธิภาพ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ หอประชุมศรีบูรพา กลุ่มภาคีเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น (ภตช.) ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “ชาติเดินต่อไปอย่างไร เมื่อนาวาไทยหลงทิศ ผู้ที่ทำหน้าที่ไม่ทำหน้าที่” โดยเชิญตัวแทนจากฝ่ายการเมืองเข้าร่วม ประกอบด้วย นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม นายนิพิฏฐ์ อินทนสมบัติ อดีตรมว.วัฒนธรรม นายพีรพันธ์ พาลุสุข คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา

ทั้งนี้ การสัมมนาได้มีการหยิบยกประเด็นกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 4 ต่อ 1 ตัดสินให้ขาดสมาชิกภาพความเป็นสส. เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพราะถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ

โดยนายพีระพันธ์ กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดในประเด็นส่วนตัว แต่ในหลักการต้องทำความเข้าใจว่า คนมีตำแหน่งหน้าที่ทางราชการแต่กลับไม่ปฏิบัติหน้าที่ ทำให้องค์กรอาจเกิดความเสียหายได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไม่เข้าใจถึงการวินิจฉัยของกกต. ว่าการตัดสิทธิให้ขาดคุณสมบัติเป็นตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

อย่างไรก็ดี กกต.เคยชี้แจงว่า การตัดสิทธิไม่ใช่เหตุผลในการไม่ไปเลือกตั้ง แต่เพราะขาดคุณสมบัติตามข้อกำหนดของพรรค ทั้งนี้ ตนไม่เห็นคำวินิจฉัยที่แท้จริงของกกต. แต่หากเป็นไปตามที่กกต.ชี้แจง เท่ากับว่าเป็นความผิดพลาดของกกต.ที่ไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วน

ขณะที่พีรพันธ์ กล่าวว่า กกต.ไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบความชัดเจน จนปล่อยให้ผู้สมัครลงเลือกตั้ง และมาชี้ขาดในภายหลังว่าขาดคุณสมบัติ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ต้องทบทวนบทบาทการทำหน้าที่ของกกต. ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจากการที่เคยไปดูการทำงานของกกต.ประเทศอินเดีย ที่ในอดีตมีเพียง 1 คน แต่ปัจจุบันมี 3 คน ทำหน้าที่คุมการเลือกตั้งทั้งประเทศ แต่กลับไม่เกิดปัญหา เพราะหากตรวจสอบว่าพบการกระทำผิด ก็ให้ศาลเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยที่กกต.ทำหน้าที่ชี้ขาดเอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายในอนาคตได้

ด้านนายนิฏฐ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องดังกล่าวตนยังไม่เห็นคำวินิจฉัย แต่ตนมองว่าการทำงานของกกต.ที่ผ่านมา ยังเป็นเชิงรับประมาณ 90% มากกว่าเชิงรุก หากไม่มีผู้แจ้งเข้ามาก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เลย อย่างไรก็ดี หากกกต.ทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ เชื่อว่าระบบการเลือกตั้งดีขึ้น

ทั้งนี้ ต้องเห็นใจกกต.ที่ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากพอจะปฏิบัติหน้าที่ก็มีคนนำพวงหรีด โลงศพ มาวางไว้หน้ากกต. ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกดดันคำวินิจฉัย ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องให้ความอิสระต่อหน่วยงานทุกหน่วยงานในการปฏิบัติหน้าที่ แม้ผลการตัดสินออกมาอย่างไร จะถูกใจหรือไม่ก็ตาม

 อย่างไรก็ดี ระบอบประชาธิปไตยมี 3 อำนาจ คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และตุลาการ ซึ่งที่ผ่านมา 2 ฝ่ายไม่เคยได้รับการไว้วางใจจากประชาชน ยกเว้นเพียงตุลาการ แต่ถูกบางฝ่ายทำให้มีชนักติดหลังตุลาการ ทั้งนี้ ตนไม่กล้าวิเคราะห์ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่หากประธานสภาไม่ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญจะก่อให่เกิดผลกระทบต่อทั้ง 2 ฝ่ายมากที่สุด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท