
อย่าปิดบัง
การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งเป็นกฎหมายการเงินล้วนจำนวน 4 ฉบับของรัฐบาลอย่างรวบรัดและเร่งด่วน
การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งเป็นกฎหมายการเงินล้วนจำนวน 4 ฉบับของรัฐบาลอย่างรวบรัดและเร่งด่วน
โดยไม่เสนอเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อให้มีการถกเถียงถึงข้อดีและข้อเสียของกฎหมายด้วยกระบวนการทางรัฐสภา กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ารัฐบาลกระทำถูกต้องหรือไม่
ที่หนักกว่านั้น คือ รัฐบาลไม่ยินดีที่จะเปิดเผยร่างกฎหมายทั้งหมดต่อประชาชน โดยอ้างความชอบธรรมของรัฐบาลที่มีหน้าที่จะไม่เปิดเผยกฎหมายการเงิน ก่อนที่กฎหมายจะมีการลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ เนื่องจากจะมีผลกระทบในวงกว้าง
อย่างไรก็ดี แม้รัฐบาลมีสิทธิที่จะไม่เปิดเผยกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินก็ตาม แต่ร่าง พ.ร.ก.ทั้ง 4 ฉบับ คือ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ... เพื่อลดยอดหนี้คงค้างจากการแก้ปัญหาของสถาบันการเงินเมื่อปี 2540 จำนวน 1.14 ล้านล้านบาท
ร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ... โดยให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทและเงินตราต่างประเทศในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อนำมาใช้ดำเนินการลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และให้ทำการภายในกำหนดไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย.2556
ร่าง พ.ร.ก.กองทุนประกันภัย พ.ศ. ... โดยตั้งกองทุนประกันภัยที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรับประกันภัยพิบัติด้านต่างๆ และให้กระทรวงการคลัง มีอำนาจกู้เงินบาทและเงินตราต่างประเทศในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อส่งให้กองทุนนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ มูลค่ารวมกันไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท
และร่าง พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ. ... โดยมีหลักการเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถสนับสนุนมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติม โดยไม่มีผลกระทบต่อวินัยการเงินของธนาคารกลาง วงเงินสินเชื่อ 3 แสนล้านบาท
กฎหมายทั้งหมดนั้นไม่ใช่กฎหมายภาษี ไม่มีคนมีส่วนได้อะไรจากกฎหมายนี้ มีแต่คนที่เสียประโยชน์จากการนี้คือ ประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะ พ.ร.ก.โอนหนี้ฯ ที่จะมีการลากประชาชนมาร่วมรับภาระหนี้นี้ด้วย เพราะรัฐบาลกำหนดให้ ธปท. เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะมีการส่งผ่านต้นทุนนี้ให้ประชาชนแน่นอน
โดยหลักการนั้นไม่มีใครคัดค้านการโอนหนี้ แต่ด้วยวิธีการแล้วมีแต่คนคัดค้าน เพราะควรจะเปิดร่างกฎหมายต่อสาธารณะ เพราะเป็นเรื่องยากและรัฐบาลจะต้องอธิบายให้ประชาชนได้รู้ว่าปัญหามาจากไหน มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมประชาชนต้องรับภาระ และทำไมต้องแก้ไข
สิทธิตามกฎหมายของรัฐบาล กับการอธิบายความของกฎหมายเป็นคนละเรื่อง ถ้ากฎหมายนี้มีประโยชน์กับประชาชนโดยแท้จริงก็ไม่ควรจะปิดบังซ่อนเร้น
ยิ่งปิดบังยิ่งทำให้ประชาชนสงสัยว่ามีผลประโยชน์อะไรแฝงเร้นหรือไม่ จะส่งผลเสียต่อรัฐบาลมากกว่าผลดี







