
ปปช.แจ้งข้อหาสุพจน์รวยผิดปกติ
ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา สุพจน์ ร่ำรวยผิดปกติ ขีดเส้นรับทราบ 23 ม.ค. ชี้ ต้องแก้ต่างใน 15 วัน เผยพบบัญชีอู้ฟู่สวนทางรายได้
ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา สุพจน์ ร่ำรวยผิดปกติ ขีดเส้นรับทราบ 23 ม.ค. ชี้ ต้องแก้ต่างใน 15 วัน เผยพบบัญชีอู้ฟู่สวนทางรายได้
นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนมีมติแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมในข้อหาร่ำรวยผิดปกติและให้นายสุพจน์มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 23 ม.ค.เวลา 14.00น. ณ สำนักงานป.ป.ช. นนทบุรี หลังจากคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ตรวจสอบรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่นายสุพจน์ได้ยื่นเอาไว้กับป.ป.ช.ก่อนเหตุการณ์ปล้นจำนวน 36 บัญชีและหลังถูกปล้นอีก 3 บัญชี ได้พบประเด็นน่าสนใจ คือ มีรายการทรัพย์สินและหนี้สินบางรายการมีราคาสูงกว่ารายได้ที่ได้แสดงไว้จำนวนมาก
"จากการตรวจสอบดังกล่าวรวมทั้งเงินถูกปล้นที่พนักงานสอบสวนยึดเอาไว้ 18 ล้านบาท จึงมีมติให้ดำเนินการไต่สวนนายสุพจน์ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ"นายกล้าณรงค์กล่าว
ทั้งนี้ หากนายสุพจน์ไม่มารับทราบข้อกล่าวตามที่ป.ป.ช.ได้เชิญป.ป.ช.จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาให้นายสุพจน์ไปยังภูมิลำเนาของนายสุพจน์ ถือว่าเป็นแจ้งข้อกล่าวหาโดยชอบ และถ้ายังไม่แก้ข้อกล่าวหาในกำหนด 15 วันถือว่าไม่มีอะไรจะแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งคณะอนุกรรมการไต่สวนจะพิจารณาอีกครั้ง
"ก่อนหน้านี้นายสุพจน์ ได้มอบหมายให้ผู้แทนมายื่นรายการทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ปรากฎ ข้อเท็จจริงว่านายสุพจน์ได้แสดงรายการว่าในวันที่ 12 พ.ย.2554 ก่อนเกิดเหตุการณ์ปล้นมีเงินสดจำนวน 5.068 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสินสอดและรับไว้ในงานแต่งงานของบุตรสาวในช่วงเช้าวันที่ 12 พ.ย.2554 โดยอ้างว่าบุตรสาวได้มอบเงินดังกล่าวให้เก็บรักษาเอาไว้ที่บ้านเพื่อเตรียมเข้าบัญชีเงินฝากของบุตรสาวและเจ้าบ่าวในวันเปิดทำการของธนาคาร" นายกล้านรงค์ กล่าว
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ จากการตรวจสอบพบสายรัดธนบัตรมีบริษัทเอกชนเกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมกกับกระทรวงคมนาคมจำนวน 4 บริษัท ในเรื่องนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนกำลังดำเนินการไต่สวนในเชิงลึกเพื่อดูว่าเงินดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญกับนายสุพจน์อย่างไร
ขณะที่ ประเด็นการพิจารณานายสุพจน์ได้แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จหรือไม่ คณะอนุกรรมการไต่สวนก็กำลังดำเนินการตรวจสอบเช่นกันว่าในระยะเวลาในวันที่ที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในแต่ละบัญชีจำนวน 36 ครั้ง มีทรัพย์สินและหนี้สินเกินหรือขาดจากที่ยื่นไว้หรือไม่เพื่อได้พิจารณาว่าจะเป็นกรณีจงใจยื่นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงในการยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ต่อไป







