
แพทย์ชนบท..เปิดหน้าชก แฉบันได 4 ขั้น ล้มหลักประกันสุขภาพ
ชัดเจนขึ้นตามลำดับ ร่องรอย “ขบวนการล้มหลักประกันสุขภาพ” เริ่มจับต้องได้
ชัดเจนขึ้นตามลำดับ ร่องรอย “ขบวนการล้มหลักประกันสุขภาพ” เริ่มจับต้องได้
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ก่อนหน้านี้เครือข่ายภาคประชาชนในนาม “กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ” เปิดประเด็นความเชื่อมโยงเครือข่ายล้มล้างระบบหลักประกัน สุภัทรา นาคะผิว โฆษกกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ระบุว่า พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่หวังล้มระบบหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากสูญเสียอำนาจบริหารตัดสินใจงบประมาณจากเดิมที่เคยมีเมื่อครั้งยังไม่เกิดระบบหลักประกันสุขภาพ
ประกอบด้วยกลุ่มสมาคมยาข้ามชาติ กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน เครือข่ายแพทย์ และสภาวิชาชีพแพทย์ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และฝ่ายการเมือง
นำมาสู่ประกาศกร้าวของ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท “ชมรมจะไม่นิ่งเฉยจนปล่อยให้ผู้ที่ไม่เข้าใจระบบมาล้มล้างและแสวงหาผลประโยชน์”
จับท่วงทำนองล่าสุดสะท้อนจุดยืน พร้อมชนขบวนการล้มหลักประกัน
นพ.เกรียงศักดิ์ ย้ำว่า แผนล้มระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีจริง โดยเริ่มขึ้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา
“พวกเขาจะเปิดวอร์รูมขึ้นที่ห้องผู้บริหารของกระทรวงท่านหนึ่ง และขยายเอาฝ่ายการเมืองบริษัทยาข้ามชาติเข้ามาร่วมด้วย” นพ.เกรียงศักดิ์ ระบุ
สำหรับแผนการล้มระบบหลักประกันสุขภาพ นพ.เกรียงศักดิ์ อธิบายว่ามีด้วยกัน 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ฝ่ายการเมืองจะเปิดทางให้กลุ่มแพทย์ที่ไม่เห็นด้วยกับระบบและนายทุนพรรคเพื่อไทยเข้ายึดครองบอร์ดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อจัดคนเข้าสู่อนุกรรมการการเงินการคลัง รวมถึงอนุกรรมการชุดต่างๆ
2.เปลี่ยนตัวผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สปสช. โดยเอาตัวแทนฝ่ายการเมืองเข้าไปแทน เพื่อยึดครอง สปสช. และลดบทบาทการปฏิรูปและตรวจสอบระบบบริการ
3.ของบประมาณเหมาจ่ายรายหัวเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับที่ระบบประกันสังคมสวัสดิการข้าราชการได้รับ เพื่อสร้างเงื่อนไขภาระงบประมาณให้รัฐบาล
4.สร้างกระแสสังคมให้ยุบเลิกหรือแก้ไขสาระสำคัญของ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ความน่าจะเป็นเกิดขึ้นทันที เมื่อนำแผนข้างต้นผูกเข้ากับอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นกับ สปสช. ภายหลัง วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ดำรงตำแหน่งในช่วงที่บอร์ด สปสช.หมดวาระและอยู่ระหว่างการสรรหาใหม่
โครงสร้างบอร์ด สปสช.ประกอบด้วยผู้แทนภาคประชาชน 5 คน ผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข 5 คน ผู้แทนหน่วยงานราชการ 8 คน ผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 4 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน รมว.สาธารณสุข 1 คน รวมทั้งสิ้น 30 คน
แน่นอนว่าเสียงของผู้แทนราชการอปท. จะเทตาม รมว.สาธารณสุข นั่นหมายความว่า รมว.สาธารณสุขกุมเสียงทั้งสิ้น 13 เสียง
ที่ผ่านมา ซีกประชาชนผู้ทรงคุณวุฒิสามารถผนึกเสียง รมว.สาธารณสุขได้ จึงจำกัดบทบาทของเครือข่ายแพทย์เอกชน แต่ทว่าเมื่อเข้าสู่ยุคของวิทยากลับตรงกันข้าม กล่าวคือทั้ง 13 เสียง ควบรวมกับเครือข่ายแพทย์เอกชนสภาวิชาชีพ ขณะที่สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิก็ถูกแพทย์เอกชนแทรกตัวยึดกุมได้สำเร็จ
ปรากฏเป็นผลเลิศตามที่วางไว้ในบันไดขั้นที่ 1
สอดรับกับการเปิด 7 ข้อพิรุธบริหารกองทุนผิดปกติของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งออกมาในช่วงสรรหาเลขา สปสช.คนใหม่ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือแรงกระเพื่อมพุ่งเข้าใส่ตัวของเลขาธิการ สปสช.
สบช่องตรงเป้าประสงค์บันไดขั้นที่ 2
หลังจากนี้ จึงต้องเฝ้าติดตาม “สัญญาณ” ผ่านปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นใน สปสช.อย่างใกล้ชิด
เพราะทั้งหมดจะช่วยยืนยันลบล้าง การมีอยู่ของขบวนการฮุบระบบหลักประกันสุขภาพ







