
ลากไส้รมต.ล่าช้าง
กรมอุทยานฯ เปิดเอกสารลับแฉ รมต.เอี่ยวขบวนการล่าช้าง ผวจ.ภูเก็ต ปัดเมนูเปิบพิสดาร
กรมอุทยานฯ เปิดเอกสารลับแฉ รมต.เอี่ยวขบวนการล่าช้าง ผวจ.ภูเก็ต ปัดเมนูเปิบพิสดาร
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยเอกสารลับเรื่องขบวนการล่าช้างป่าว่า ขบวนการนี้มีมานานกว่า 10 ปี พื้นที่ที่มีการล่ามากที่สุดอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติกุยบุรีและแก่งกระจาน โดยขบวนการมีทั้งคนมีสี นักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น (ผู้ใหญ่บ้าน) ข้าราชการ (ตำรวจปศุสัตว์) ซึ่งสนับสนุนอาวุธปืน กระสุน และเครื่องยิงยาสลบชนิดรุนแรง
เอกสารลับระบุว่า ลูกช้างป่าที่ถูกล่าเมื่อวันที่ 15 ก.พ. ขณะนี้ถูกนำไปไว้ที่ปางช้าง จ.สุโขทัย และพระนครศรีอยุธยา โดยมีนักการเมืองระดับรัฐมนตรีอยู่เบื้องหลัง มีการซื้อขายในราคาตัวละ 3 แสนบาท รวมประมาณ 10 ตัว
“ขบวนการล่าช้างครั้งนี้มีนาย ส. อายุ 32 ปี เป็นคนรับคำสั่ง คนติดต่อ และลงมือล่าด้วยตัวเอง โดยประสานกับคนในพื้นที่ ซึ่งมีนาย ม. อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ติดต่อพรานและกลุ่มคนล่าช้างทั้งหมด 3 ทีม แต่ละทีมมีประมาณ 45 คน” เอกสารดังกล่าว ระบุ
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า ขบวนการล่าช้างดังกล่าวได้หนีไปอยู่บริเวณป่าหมาก ชายแดนไทยพม่า บางรายยังลอยนวลอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และราชบุรี
“การติดตามตัวทำได้ยากและค่อนข้างอันตราย แต่โอกาสที่จะนำตัวมาดำเนินคดีได้ต้องขึ้นอยู่กับตำรวจ ก่อนหน้านี้กรมอุทยานฯ ได้ส่งหลักฐานหลายชิ้นให้ตำรวจแล้ว แต่หลายชิ้นก็ถูกทำลายไปเกือบหมด” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ด้านนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมอุทยานฯ หาข้อเท็จจริงและหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการโดยเร็วที่สุด และในวันที่ 12 ม.ค. จะลงพื้นที่แก่งกระจานไปพบทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดการทำงาน หากตำรวจในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือจะไปตรวจสอบถามความคืบหน้าถึงโรงพัก
พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจกำลังติดตามคดีฆ่าเผาช้าง 2 ตัวที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยจะสกัดหาดีเอ็นเอผู้ก่อเหตุให้ได้ภายใน 2 วันนี้
ขณะที่นายตรี อัครเดชา ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากการสอบถามไปยังภัตตาคารใหญ่ๆ ใน จ.ภูเก็ต พบว่า ไม่มีเมนูสัตว์ใหญ่แต่อย่างใด โดยเฉพาะคนจีนเลิกนิยมแล้ว ฉะนั้นข่าวลือที่ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมกินช้างหรือเปิบเมนูพิสดารจึงไม่เป็นความจริง







