
ความเสี่ยงจากต่างประเทศในปี 2555
นอกจากประเมินความเสี่ยงสถานการณ์ในประเทศแล้ว
นอกจากประเมินความเสี่ยงสถานการณ์ในประเทศแล้ว
โดย..ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์
รัฐบาลต้องประเมินความเสี่ยงสถานการณ์ต่างประเทศที่ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายในปี 2555 ด้วย เพื่อเตรียมตัวเผชิญกับความเสี่ยงดังกล่าว ภายใต้หัวข้อต่างๆ ได้ดังนี้
(1) ความเสี่ยงด้านการทหารโลก เมื่อสำรวจดูแนวโน้ม “จุดร้อน” ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าทางการทหารด้วยกำลัง สรุปว่า โอกาสที่จะเกิดสงครามขนาดใหญ่คงไม่มี เพราะมหาอำนาจหลักของโลกหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นและแพร่กระจาย แต่ก็มีความตึงเครียดในหลายพื้นที่ อาทิ ในตะวันออกกลางและในทะเลจีนใต้ ความขัดแย้งได้เคลื่อนย้ายจากแผ่นดินใหญ่สู่ทะเลมากขึ้น ในเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ซึ่งไทยก็เป็นรัฐชายฝั่งเช่นกัน ส่วนความขัดแย้งทางทหารตามแนวชายแดนด้านกัมพูชาไม่น่าจะมีอะไร เพราะรัฐบาลชุดนี้มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของฮุนเซน
(2) ความเสี่ยงด้านการเมืองโลก โลกที่กลายเป็นการเมืองหลายขั้ว สหรัฐไม่อาจชี้นิ้วหรือกำหนดทิศทางของโลกแต่ผู้เดียวอีกต่อไป โดยจีนจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นนั้น ความขัดแย้งได้เคลื่อนย้ายจากสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก (ทรานสแอตแลนติก) มาสู่สองฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก (ทรานสแปซิฟิก) ซึ่งปี 2555 จะเห็นได้อย่างชัดเจนและเอเชียจะกลายเป็นพื้นที่แข่งอิทธิพลอย่างรุนแรงมากกว่าปีก่อนๆ ซึ่งจะส่งผลสะเทือนต่อไทยซึ่งมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์อยู่บนแผ่นดินใหญ่ของทวีปนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
(3) ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจโลก ปี 2555 เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนและมีความเสี่ยงอยู่มากจาก 3 จุดใหญ่ คือ เศรษฐกิจกลุ่มยูโรที่หากแก้ไขไม่ได้อาจนำไปสู่วิกฤต การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังไม่แน่นอน เศรษฐกิจของจีนที่หลายฝ่ายห่วงว่าฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์จะแตก แต่คาดว่าจะสามารถบริหารจัดการปัญหาของตนได้อย่างเหมาะสม โลกจะมีปัญหาเรื่องราคาอาหารขาดแคลนและแพงขึ้น ที่จะทำให้คนจนมากขึ้น ตลอดจนความไม่แน่นอนด้านราคาพลังงานโลก
(4) ความเสี่ยงด้านโลกร้อน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การแพร่ระบาดของโรคร้ายแรงใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นความเสี่ยงหลักประการหนึ่งในปี 2555 ที่มีทั้งประเด็นอุกาบาต หรือดาวนพเคราะห์ เอ็กซ์ อาจชนโลก พายุสุริยะในดวงอาทิตย์ แกนโลกเปลี่ยนและโลกกลับขั้ว ดาวนพเคราะห์ในสุริยะจักรวางหมุนมาเป็นแนวเดียวกับดวงอาทิตย์ แต่นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าโลกไม่ดับในปี 2555 แน่ แต่ประเทศไทยจะมีพายุและฝนมากขึ้น จะมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในไทยอีก และอาจเกิดแผ่นดินไหวในภาคเหนือของไทยระดับ 5 ริกเตอร์ แม้ไทยไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อนโลกก็ตาม อาจมีคลื่นยักษ์สึนามิทางอ่าวไทยไปถึงฟิลิปปินส์เนื่องจากเปลือกโลกไปชนกันตรงนั้น
(5) ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่แต่ปัจจุบันมองข้ามไปไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนเกี่ยวข้องในชีวิตของคนทั่วโลกจนแทบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพียงแค่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวที่ปัจจุบันทำได้เกือบทุกอย่าง ก็เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนตั้งแต่ตื่นจนนอนหลับ อินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว หากอินเทอร์เน็ตล่ม การติดต่อสื่อสารล่ม การดำเนินชีวิตและธุรกิจพลเรือนและการทหารจะเป็นอัมพาตไปทั้งโลก ภัยพิบัติทางธรรมชาติรวมทั้งพายุสุริยะจะมีผลกระทบต่อเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไม่ มากน้อยเพียงใด เป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ ฝ่ายทหารและพลเรือนมีแผนสำรองในเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง
(6) ความเสี่ยงด้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ อาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นฝีมือของ “ตัวละครโลกที่ไม่ใช่รัฐ” แต่สร้างความเสียหายร้ายแรงไม่แพ้จากการกระทำของรัฐอธิปไตย แม้ขีดความสามารถของกลุ่มอัลกออิดะห์ถูกจำกัดลงที่จะก่อเหตุร้ายระดับโลก แต่การก่อการร้ายระดับย่อมอาจเกิดขึ้นได้ทุกแห่ง ไม่มีประเทศใดปลอดจากการก่อการร้าย 100%
หากพิจารณาจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนตามแนวโน้มความรุนแรงของปัญหาในปี 2555 แล้ว อาจจัดลำดับได้ดังนี้ คือ ความเสี่ยงด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติและความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจโลก ที่รัฐบาลไทยต้องให้ความสำคัญและเอาใจใส่ในลำดับต้นๆ
ในปี 2555 “กระแสโลกหลัก” ยังดำรงอยู่ซึ่งไทยมองข้ามไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นกระแสประชาธิปไตย เสรีภาพ มนุษยธรรม การบริหารจัดการที่ดี หลักนิติรัฐ และนิติธรรม การค้าเสรี บทบาทขององค์กรประเมินความเสี่ยงและจัดลำดับโลก บรรษัทข้ามชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน เป็นต้น
นี่คือความพยายามที่จะค้นหา พิสูจน์ทราบ และสรุปอย่างสั้นที่สุด ถึงความเสี่ยงที่เกิดจากนอกประเทศและในประเทศ ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในปี 2555 อย่างไรก็ดี ในความเสี่ยงนั้นย่อมมี “โอกาส” ซ่อนอยู่ เสมอ คำถามคือ รัฐบาลไทยเตรียมตัวรับมือจัดการกับความเสี่ยง และพร้อมที่จะฉกฉวยโอกาสที่จะเกิดขึ้นในปี 2555 แล้วหรือยัง







