posttoday
โอนหนี้อลหม่าน

โอนหนี้อลหม่าน

12 มกราคม 2555

แบงก์โวยทำการค้าไม่เป็นธรรมรมว.คลังให้ผลักภาระคนใช้บริการธนาคาร

แบงก์โวยทำการค้าไม่เป็นธรรมรมว.คลังให้ผลักภาระคนใช้บริการธนาคาร

ธนาคารโวยรัฐให้เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม ทำให้การแข่งขันไม่ยุติธรรม เสียเปรียบแบงก์รัฐ

วันที่ 12 ม.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย จะร่วมหารือกันในการกำหนดการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจากธนาคารพาณิชย์ เพื่อนำเงินมาชำระดอกเบี้ยให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ตามร่างพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูฯ พ.ศ. ... ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ให้โอนหนี้จำนวน 1.14 ล้านล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 4.5 หมื่นล้านบาท

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า การจะเก็บเงินเพิ่มจากธนาคารพาณิชย์เป็นอัตราเท่าใด จะเก็บเป็นขั้นบันได หรือเก็บครั้งเดียวให้เต็มเพดาน 1% ก็ขึ้นอยู่กับการหารือของ ธปท.กับธนาคาร

“ต้องอธิบายว่าหากคลังจ่ายดอกเบี้ยก็ต้องใช้เงินงบประมาณมาจ่าย เหมือนให้คนทั้งประเทศอุ้มหนี้ ต่อไปคนที่ใช้บริการของธนาคารเท่านั้นที่จะต้องรับภาระ เป็นหน้าที่ของ ธปท.ที่ต้องกำกับสถาบันการเงินให้ทำธุรกิจมีประสิทธิภาพ ผลักภาระไปยังประชาชนให้น้อยที่สุด” รมว.คลัง กล่าว

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า การหารือในวันนี้คงยังไม่มีข้อสรุปใดๆ เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครเห็นร่าง พ.ร.ก.โอนหนี้ แต่ที่เป็นห่วงคือแนวคิดของรัฐบาล เพราะธนาคารของรัฐก็ทำธุรกิจเหมือนธนาคารเอกชน แต่ไม่มีต้นทุนค่าธรรมเนียมส่วนนี้

“แถมรัฐบาลยังใช้ธนาคารของรัฐเป็นเครื่องมือทำประชานิยมใช้เงินนอกงบประมาณ เมื่อธนาคารเหล่านี้เสียหายก็นำเงินงบประมาณแผ่นดินไปเพิ่มทุนให้ ซึ่งก็คือเงินของประชาชนทั้งประเทศ ความยุติธรรมในการทำธุรกิจอยู่ตรงไหน” แหล่งข่าวเปิดเผย

นายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเงินฝากและการลงทุน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การหารือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และสมาคมธนาคารไทยถึงรายละเอียดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆเพิ่มเติมจากธนาคารพาณิชย์เพื่อนำไปชำระดอกเบี้ยหนี้กองทุนฟื้นฟูฯในวันนี้(12 ม.ค.) คาดว่าตัวแทนจากสมาคมธนาคารไทยจะมีการหยิบยกประเด็นเรื่องความเสมอภาคของการแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของภาครัฐขึ้นมาหารือเป็นหลัก ธปท.พูดชัดว่าการเรียกเก็บเงินนำส่งจากฐานของตั๋ว บี/อี 0.35%ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน แต่เป็นการจัดเก็บเพื่อส่งไปชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ โดยตรง

ขณะที่เงินฝากอาจไม่เก็บเพิ่มจาก 0.4% ดังนั้นประเด็นสำคัญจึงมาอยู่ที่เรื่องความเสมอภาค ซึ่งต้องคุยให้ชัดเจน เพราะสถาบันการเงินของรัฐไม่ได้อยู่ภายใต้เกณฑ์เดียวกัน ซึ่งจะทำให้ระบบการแข่งขันขาดความสมดุล

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง