
รัฐแจงเยียวยาเหยื่อม็อบหวังสร้างปรองดอง
โฆษกรัฐบาล ยืนยัน เยียวยาเหยื่อทุกฝ่ายไม่เลือกสีหวังสร้างความปรองดองของคนในชาติ อ้างไม่มีใครหวังประโยชน์จากการสร้างความรุนแรง
โฆษกรัฐบาล ยืนยัน เยียวยาเหยื่อทุกฝ่ายไม่เลือกสีหวังสร้างความปรองดองของคนในชาติ อ้างไม่มีใครหวังประโยชน์จากการสร้างความรุนแรง
นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ประเด็นหนึ่งที่ถือว่าสำคัญอย่างเร่งด่วนที่ต้องทำในปีแรกคือ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย ดังนั้นการที่ ครม.เห็นชอบแนวทางของคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ที่เสนอเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุชุมนุมทางการเมืองโดยครอบคลุมถึงประชาชนทุกกลุ่ม
แนวทางของ ปคอป.น่าจะประสบความสำเร็จในเรื่องการสร้างความปรองดอง เพราะตามหลักจิตวิทยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบย่อมรู้สึกถึงการได้รับความเป็นธรรม เพราะได้รับการเยียวยาความสูญเสีย ดังนั้นจิตใจพวกเขาก็คงจะทุเลาความเจ็บปวดที่ฝังแน่นอยู่ตลอดลงไปได้
สำหรับหลักการพิจารณาแนวทางของการกำหนดค่าชดเชยในครั้งนี้ ปคอป.ได้เสนอ ครม.ว่าการชดเชย เยียวยาและฟื้นฟูเป็นการคำนึงถึงทั้งทางการเงินและรูปแบบอื่น รวมถึงการสร้างโอกาสในการดำรงชีพและประกอบอาชีพ โดยเทียบเคียงให้มีมาตรฐานเป็นสากลกับการกำหนดค่าชดเชยของสหประชาชาติและประเทศที่มีการชดเชยเยียวยาให้แก่ผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตามก็มีข้อห่วงใยในคณะรัฐมนตรีว่าถ้ามีแนวทางให้เงินช่วยเหลือเยียวยาเช่นนี้ก็อาจจะมีบางคน บางกลุ่ม กล้าที่จะออกมาชุมนุมมากขึ้น เพราะหากเกิดความรุนแรงจนมีการบาดเจ็บล้มตายก็จะได้รับเงินช่วยเหลือ ชดเชย ความเสียหายตามหลักเกณฑ์นี้ได้เช่นกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าการฟื้นฟูเยียวยาครั้งนี้เป็นวาระพิเศษเท่านั้นที่ทำให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์
"คงไม่มีใครหวังประโยชน์จากการสร้างความรุนแรงทางการเมือง และเชื่อว่าแนวทางการยุติความขัดแย้งต่างๆในสังคมควรจะเป็นไปโดยสันติวิธีต่างหาก อย่าให้ต้องมาบาดเจ็บล้มตายกันอีกเลย" นางฐิติมา กล่าว
สำหรับการทำงานของคณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและค้นหาความจริงจากกรณีความรุนแรงทางการเมืองก็ยังต้องดำเนินการต่อไป เพื่อคลี่คลายวิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้นนโยบายรัฐบาลจึงสนับสนุนให้ คอป.ดำเนินการอย่างเป็นอิสระและได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ รัฐบาลเองก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่ายด้วยเช่นกัน







