posttoday
กองปราบตั้งชุดล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กองปราบตั้งชุดล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

11 มกราคม 2555

กองปราบตั้งชุดสืบหาเบาะแสตามจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อโอนเงิน 30 ล้าน เล็งแบงก์กรุงเทพสอบหลังพบธุรกรรมผิดปกติ

กองปราบตั้งชุดสืบหาเบาะแสตามจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อโอนเงิน 30 ล้าน เล็งแบงก์กรุงเทพสอบหลังพบธุรกรรมผิดปกติ        

จากกรณีข้าราชการบำนาญ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยย่าบางเขน อายุ 67 ปี ถูกแก๊งมิจฉาชีพอ้างชื่อของ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หลอกให้โอนเงินจากบัญชีธนาคาร รวม 269 ครั้ง เป็นเงินเกือบ 30 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2554 – 4 ม.ค. 2555

ซึ่งทาง ปปง.ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเชื่อว่าเป็นกรณีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหายจึงประสานให้มีการอายัดบัญชีธนาคารต่างๆ ที่ผู้เสียหายได้โอนเงินไป และเร่งตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพื่อติดตามดำเนินคดีกับคนร้าย

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อดำเนินคดีกับแก๊งคนร้ายไว้แล้ว                  

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้น พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ทราบเรื่องแล้ว ได้กำชับให้ทาง บก.ป.เร่งติดตามจับกุมคนร้ายแก๊งนี้ให้ได้โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้น 1 ชุด เพื่อเร่งสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าว

ในเบื้องต้นได้มีการสอบสวนในประเด็นต่างๆ พร้อมทั้งนัดหมายเจ้าหน้าที่ ปปง.เพื่อสอบปากคำด้วย

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะนัดหมายผู้แทนธนาคารต่างๆ เข้าให้ข้อมูลในประเด็นการทำธุรกรรมของผู้เสียหาย โดยเฉพาะธนาคารกรุงเทพ ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่าได้ใช้โอนเงินไปถึง 287 ครั้งๆ ละ 2-3 แสนบาท นอกจากนี้จะตรวจสอบชื่อของผู้ที่เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารกว่า 80 บัญชี ว่า ทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคนร้ายอย่างไร และยังมีบุคคลใดร่วมกระทำความผิดอีกหรือไม่ เพื่อเร่งสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี

ขณะที่ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญ สุข ผกก.1 บก.ป.กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้วแต่อาจจะต้องเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมในบางประเด็น โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรอข้อมูลการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางธนาคารของผู้เสียหายจากทาง ปปง.เสียก่อนว่ามีการโอนเงินที่ใด และกดเงินออกจากบัญชีไปจากตู้เอทีเอ็มที่ใด เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็จะนำข้อมูลประกอบกับพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ปิยะ กล่าวอีกว่า ในส่วนของรายชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารนั้นได้มีการเร่งตรวจสอบชื่อและนามสกุลจริงแล้ว เมื่อมีความชัดเจนก็จะส่งชุดสืบสวนกระจายกันลงพื้นที่เฝ้าติดตามตัวในทันที และหากรวบรวมพยานหลักฐานแล้วก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาต่อไป โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น ซึ่งกรณีดังกล่าวยังเข้าข่ายมูลฐานความผิดที่ ปปง.สามารถติดตามยึดทรัพย์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม  ผกก.1 บก.ป.กล่าวว่า สำหรับกรณีการโทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารโดยมีการแอบอ้างหน่วยงานอย่าง ปปง.หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทราบว่าทางหน่วยงานต่างๆ เหล่านี้มีการตรวจสอบข้อมูลกับทางธนาคารมาตลอด โดยเฉพาะทาง ปปง.มีอำนาจที่จะสามารถตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารได้ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้เสียหายรายนี้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่าคนร้ายเจาะจงที่จะเลือกเพราะทราบข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายหรือไม่ หรือเป็นเพียงการสุ่มเลือกตามวิธีการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พบอยู่ บ่อยครั้ง นอกจากนี้ก็ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นแก๊งคนร้ายชาวไต้หวัน ตามที่เคยพบข้อมูลก่อนหน้านี้หรือไม่
 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง