posttoday
ข้อบิดเบือนประกาศ กสทช.ห้ามต่างด้าวลงทุนกิจการโทรคมนาคม

ข้อบิดเบือนประกาศ กสทช.ห้ามต่างด้าวลงทุนกิจการโทรคมนาคม

11 มกราคม 2555

หนึ่งในข้ออ้างที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) &

หนึ่งในข้ออ้างที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) &<2288;

โดย...เดือนเด่น นิคมบริรักษ์

มูลนิธิสถาบันวิจัย

เพื่อการพัฒนาประเทศไทย

หนึ่งในข้ออ้างที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำโดยคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงที่จำเป็นต้องออกประกาศดังกล่าวขึ้นมา แต่มีคำถามเกิดขึ้นว่า การออกประกาศฉบับนี้เพื่อความมั่นคงแห่งรัฐจริงหรือไม่ เพราะเป็นการอ้างแบบลอยๆ เพื่อกีดกันต่างด้าวไม่ให้เข้ามามีอำนาจควบคุมธุรกิจโทรคมนาคม และไม่มีผลศึกษาที่ชัดเจนว่า ประกาศดังกล่าวจะสร้างความมั่นคงประเทศชาติให้ดีขึ้นอย่างไร

ที่ผ่านมาจากการศึกษาในต่างประเทศมีการควบคุมต่างด้าวไม่ให้เข้ามาลงทุนในกิจการโทรคมนาคมเพียง 4 ประเทศ คือ สหรัฐ แคนาดา เกาหลีใต้ และเม็กซิโก จาก 34 ประเทศพัฒนาแล้ว หรือ Organization for Economic Cooperation and Development (OECD) แสดงว่าอีก 30 ประเทศไม่มีปัญหาด้านความมั่นคง

แม้ว่าปัญหาด้านความมั่นคงจะเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งประเทศเหล่านี้ให้ต่างด้าวถือหุ้นในกิจการโทรคมนาคม 100% ด้วยซ้ำไป ดังนั้นจึงมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะจำกัดต่างด้าวไม่ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และฝ่ายที่สนับสนุนประกาศฉบับนี้มักจะอ้างอิงประเทศสหรัฐประเทศเดียว เพราะถึงแม้ประเทศสหรัฐจะมีประกาศเพื่อดูแลปัญหาด้านความมั่นคงในการห้ามต่างด้าวมาลงทุนในกิจการโทรคมนาคม ด้วยการอนุญาตให้ต่างด้าวลงทุนได้เพียง 25% แต่ในทางปฏิบัติ สหรัฐอนุญาตให้ต่างชาติลงทุนในกิจการโทรคมนาคมได้เกือบ 100%

ข้อบิดเบือนประกาศ กสทช.ห้ามต่างด้าวลงทุนกิจการโทรคมนาคม

ถ้าพิจารณาเห็นแล้วว่าเป็นการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการโทรคมนาคมของประเทศ ในทางกฎหมายจึงเปิดช่องให้ดำเนินการได้ เช่น ฮ่องกงเข้าไปถือหุ้นใหญ่ในกิจการโทรคมนาคมของสหรัฐ

ทั้งนี้ จากการศึกษาพบอีกว่า ประเทศแคนาดาที่ควบคุมกิจการโทรคมนาคมเฉพาะกิจการโทรทัศน์และวิทยุเท่านั้น เพราะต้องการควบคุมเนื้อหาในการสื่อสารที่มีความเกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมมากกว่า จึงไม่ต้องการให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในกิจการโทรคมนาคมด้านโทรทัศน์และวิทยุ ซึ่งไม่มีเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านความมั่นคงแต่อย่างใด

อีกทั้งที่ผ่านมารู้สึกหงุดหงิดอย่างมากว่า เหตุใดทาง กสทช.จึงไม่ชี้แจงรายละเอียดหรือเหตุผลในการกล่าวอ้างประเด็นด้านความมั่นคง จึงออกประกาศฉบับดังกล่าวขึ้นมา และที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาการจารกรรมข้อมูลด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ขอตั้งข้อสังเกตว่า ในความเป็นจริงการจารกรรมข้อมูลทำไมต้องมาถือหุ้นในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งการจารกรรมข้อมูลย่อมไม่มีความจำเป็นต้องเข้ามาร่วมลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นเจ้าของธุรกิจ เพียงลักลอบส่งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานระบบข้อมูลก็สามารถจารกรรม หรือใช้ผู้เชี่ยวชาญในการวางระบบก็สามารถดำเนินการขโมยข้อมูลได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลในการซื้อเครือข่ายนับหมื่นนับแสนล้านบาท

และที่ผ่านมาสหรัฐก็มีระเบียบบังคับให้บริษัทต่างด้าวจัดส่งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของรัฐหากเกิดปัญหาด้านความมั่นคง โดยไม่มีการปฏิเสธจากภาคเอกชน เพราะเป็นการดำเนินธุรกิจ จึงไม่มีเหตุผลใดที่ต้องปิดบังข้อมูลต่อภาครัฐ และการมีผู้ประกอบการหลายรายในตลาด นับเป็นการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า และไม่ส่งผลเสียต่อปัญหาด้านความมั่นคงอีกด้วย

เพราะหากมีผู้ประกอบการหลายรายย่อมทำให้การจารกรรมข้อมูลเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนในการเชื่อมโยง และใช้กำลังคนจำนวนมากไปฝังตัวตามบริษัทธุรกิจโทรคมนาคม

ดังนั้น ประกาศ กสทช.ฉบับนี้จึงไม่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าประกาศขึ้นมาเพื่อเหตุใด ขณะที่การประเมินผลกระทบจากการออกประกาศหรือข้อห้ามใด ทาง กสทช.ก็ไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจนออกมาชี้แจงได้ว่า ต้นทุนและความเสี่ยงจากนโยบาย ข้อเสนอเบื้องต้น ใครได้ใครเสีย เหตุผล หรือทางเลือก แต่เอกสารที่ทาง กสทช.เปิดเผยกลับพบว่า สิ่งที่ทาง กสทช.ประเมินผลกระทบด้านความมั่นคง เป็นเพียงร่างกฎระเบียบข้อห้ามต่างๆ เท่านั้น

ดังนั้น ถือว่าเป็นการหลอกและดูถูกคนไทย ที่สำคัญหากยังคงประกาศใช้ประกาศดังกล่าวต่อไป คือ ข้อพิพาทที่บริษัทเอกชนฟ้องศาลปกครองอยู่ย่อมจะมีผลผูกพันและผลทางคดีอย่างใดอย่างหนึ่ง และจะเป็นการบั่นทอนด้วยการสร้างเงื่อนไขมากมายในการกีดกันการลงทุนจากต่างชาติให้รู้สึกลังเลที่จะมาลงทุนในประเทศไทย

ปัญหานี้จะยุติลงได้ย่อมขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ กสทช.ชุดใหม่ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร เพราะกรรมการชุดใหม่ไม่มีกรรมการชุดเก่าแม้แต่คนเดียว จึงขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของกรรมการชุดใหม่ และที่ผ่านมาก็พยายามชี้แจงว่ากรณีที่บริษัทเอกชนฟ้อง กสทช. มีความสุ่มเสี่ยงที่ศาลปกครองจะพิจารณาว่าการประกาศฉบับดังกล่าวขัดกับกฎหมาย กสทช.เอง และที่ผ่านมากระบวนการรับฟังความคิดเห็นไม่สามารถชี้แจงความจำเป็นด้านความมั่นคงตามที่ กสทช.อ้างได้

หากยังเดินหน้าบังคับใช้ระเบียบประกาศดังกล่าวที่ออกมาแบบมัดมือชกโดยไม่มีการประเมินผลของการดำเนินนโยบาย แน่นอนย่อมจะนำไปสู่การผูกขาดในธุรกิจโทรคมนาคมนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เหมือนในอดีตที่มีบริษัทเพียงไม่กี่รายที่ได้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ สามารถเก็บค่าบริการแพงอย่างมากจนร่ำรวยมหาศาลจากการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

จึงอยากถามว่า เราอยากกลับไปอยู่ในสภาพเช่นนั้นอีกหรือ?

ดังนั้น ควรยกเลิกประกาศดังกล่าวทันที เพราะเป็นการดำเนินการที่ผิดขั้นตอน เนื่องด้วยไม่ได้มีการประเมินผลกระทบต่อธุรกิจโทรคมนาคม และสิ่งสำคัญประกาศฉบับนี้ส่งผลกระทบต่อการประมูลคลื่น 3จี ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในกลางปี 2555 เพราะหากยังมีการจำกัดการห้ามถือหุ้นจากต่างด้าว จะเกิดผลเสียด้านลบต่อความเจริญก้าวหน้าและโอกาสดีๆ ในกิจการโทรคมนาคมไทย  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท