
โปร่งใสแก้เอ็นจีวี
ปัญหาการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีภาคขนส่ง คงคลี่คลายได้แค่ระยะหนึ่ง
ปัญหาการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีภาคขนส่ง คงคลี่คลายได้แค่ระยะหนึ่ง
หลังจากสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นำรถมาปิดถนนหน้ากระทรวงพลังงานและหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา สร้างความเดือดร้อนให้การจราจรถนนวิภาวดีรังสิตและทำเนียบรัฐบาลเป็นรัศมีวงกว้างเกือบตลอดวัน
ก่อนที่ม็อบคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งปิดทำเนียบรัฐบาลจะสลายการชุมนุมไปเมื่อช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน ภายใต้เงื่อนไขทยอยขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม รวม 2 บาท ใน 4 เดือน โดยรัฐบาลออกมาตรการบัตรพลังงานมาช่วยรับภาระค่าก๊าซเอ็นจีวีที่เพิ่มขึ้น หรือพูดง่ายๆ คือ กลุ่มคนขับรถแท็กซี่ที่เข้าโครงการบัตรเครดิตพลังงาน ยังใช้ก๊าซเอ็นจีวีในราคาเดิมกิโลกรัมละ 8.50 บาท
ขณะที่กลุ่มรถบรรทุก รถร่วม บ.ข.ส. รถร่วม ขสมก. ใช้เอ็นจีวี ที่มาปิดถนนวิภาวดีฯ หน้ากระทรวงพลังงาน ได้สลายการชุมนุมช่วงค่ำของวันเดียวกัน ภายใต้เงื่อนไขยอมให้รัฐบาลขึ้นก๊าซเอ็นจีวีวันที่ 16 ม.ค.นี้ ไปกิโลกรัมละ 50 สตางค์ก่อน จากนั้นให้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐกับเอกชน เพื่อพิจารณาปรับราคาก๊าซเอ็นจีวีครั้งต่อไป ซึ่งจากการสอบถามผู้ประกอบการขนส่ง ส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐบาลควรปรับเอ็นจีวีขึ้นปีนี้แค่กิโลกรัมละ 2 บาท ไม่ควรมากถึง 6 บาท ตามมติ ครม.ให้ทยอยขึ้นทุกกลางเดือน ราคาเดือนละ 50 สตางค์ ต่อเนื่อง 12 เดือน หรือรวมทั้งปีนี้ 6 บาท
เห็นได้ว่า เงื่อนไขสลายการชุมนุมของผู้ประกอบการขนส่ง เป็นการยุติแบบชั่วคราว หากคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐกับเอกชนไม่สามารถตกลงลักษณะการปรับราคาเอ็นจีวีได้ ในส่วนของกลุ่มรถบรรทุก การปรับราคาเอ็นจีวีรอบต่อไปกลางเดือน ก.พ. ก็อาจมีม็อบรถสิบล้อกลับมาปิดถนนสร้างปัญหาจราจรอีกครั้งได้ ขณะกลุ่มแท็กซี่ เมื่อครบ 4 เดือน ที่บัตรเครดิตพลังงานรับภาระไปแล้ว ก็คงต้องออกมาต่อรองสร้างความเดือดร้อนกดดันรัฐบาลแน่
เมื่อปัญหาการขึ้นเอ็นจีวีต้องกลับมาแน่ จึงอยากให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหาขึ้นเอ็นจีวี ตามแผนการปรับโครงสร้างราคาพลังงานรับเปิดเสรีอาเซียน หรือเออีซี โดยรัฐบาลควรนำโครงสร้างต้นทุนของเอ็นจีวีออกมาเปิดเผยให้ผู้เกี่ยวข้องทราบอย่างโปร่งใส เพราะผู้ใช้เอ็นจีวีมีความกังขาต้นทุนค่าก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งทาง ปตท.ระบุค่อนข้างจะสูง เมื่อเทียบกับราคาเอ็นจีวีที่มีการซื้อขายกันที่ต่างประเทศ
รวมทั้งหากมีการปรับขึ้นเอ็นจีวี ตามต้นทุนราคาก๊าซและค่าขนส่งเป็นธรรมทั้งผู้ผลิตจำหน่ายกับผู้ใช้แล้ว ทาง ปตท.ก็ควรขยายสถานีบริการก๊าซและปรับปรุงคุณภาพก๊าซให้มากพอ ไม่ต้องรอคิวนาน 23 ชั่วโมง ถึงจะได้เติม
นอกจากนี้ เมื่อตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐกับเอกชนขึ้นมาพิจารณาปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีครั้งต่อไปแล้ว ก็ควรจะหารือถึงการใช้บริการร่วมกันไปเลย ไม่ใช่กำหนดฝ่ายเดียวอีกต่อไป
ก็หวังว่ารัฐบาลกับเอกชนจะจริงใจร่วมกันแก้ปัญหา ไม่เอาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องรถติดมาเป็นเกมต่อรอง เพราะชาวบ้านโดนบ่อยๆ ก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน







