
อุทกภัย-ไฟใต้ ไม่กระทบเศรษฐกิจหาดใหญ่
ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา วิกฤตจากเหตุความไม่สงบ รวมทั้งอุทกภัยร้ายแรง ทำให้เทศบาลนครหาดใหญ่
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา วิกฤตจากเหตุความไม่สงบ รวมทั้งอุทกภัยร้ายแรง ทำให้เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ต้องปรับตัวเตรียมการรับมือ เพื่อรักษาสถานะของเมืองเศรษฐกิจมิให้ได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้ รวมทั้งกอบกู้สิ่งที่สูญเสียไปให้ฟื้นคืนมาโดยเร็ว
สมชาติ พิมพ์ธนะพูนพร นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา และเจ้าของโรงแรมซากุระแกรนด์วิว พร้อมควบตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.สงขลา บอกถึงภาพรวมการท่องเที่ยวว่า ด้านนอกเมืองหาดใหญ่นักท่องเที่ยวยังเดินทางเข้ามา โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย แต่ยังห่วงเรื่องความปลอดภัย
“แต่ปัจจุบันเราสามารถประกาศเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้แล้ว เพราะทั้งตำรวจ ทหาร และ อส. ระดมกำลังเข้ามาช่วยตรวจตรา ทำให้มั่นใจว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100-200 ล้านบาท”
สมชาติ วิเคราะห์ว่า โรงแรม สถานประกอบการบางแห่ง อาจจะปรับปรุงใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แต่ในสภาวะเช่นนี้ยังไม่มีใครกล้าสร้างโรงแรมเพิ่ม ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และความรุนแรง แต่เรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ กล้าพูดได้เต็มปากแม้จะไม่ 100% แต่ถือว่ามีความปลอดภัยมากขึ้น นักท่องเที่ยวน่าจะเพิ่มขึ้นจากจุดขายเรื่องที่พัก อาหาร แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงสินค้าต่างๆ มีคุณภาพและราคาถูกมากกว่ามาเลเซีย มั่นใจว่าเศรษฐกิจ อ.หาดใหญ่ จะโตขึ้น 20-30% เหตุการณ์น้ำท่วมและความไม่สงบไม่ได้ส่งผลมากนัก
ทั้งนี้ จ.สงขลา ได้รายงานต่อกระทรวงมหาดไทย เสนอให้รัฐบาลจัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรขึ้น ระหว่างเดือน ก.พ.มี.ค. ที่ อ.หาดใหญ่ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยว โดยวาระสำคัญคือ 1.การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร 2.การขยายด่านที่ อ.สะเดา ให้รถบรรทุกรถทัวร์ วิ่งเลี่ยงตัวเมืองลดความแออัด และ 3.ขยาย ถนนมอเตอร์เวย์เป็น 6 ช่องจราจร
นอกจากนี้ ที่จะต้องปรับปรุงคือจุดท่องเที่ยว เพราะตอนนี้เราจะพยายามขยายเพื่อให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น เช่น สวนสาธารณะจะมีกระเช้าเคเบิลให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางขึ้นไปบนจุดชมวิวได้ ส่วนปัญหาและอุปสรรคในตัว อ.หาดใหญ่ ที่กระทบต่อการท่องเที่ยว นอกจากปัญหาอุทกภัยและความมั่นคงแล้ว คือ รัฐบาล เพราะอำนาจและงบประมาณอยู่ที่เขา หากไม่เอาด้วยอย่างที่ผ่านมา ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเกิดจากความแตกแยกไม่เป็นเอกภาพ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่
“ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เขาเป็นเอกภาพ สมมติว่า หากเพื่อไทยอยู่ได้ครบ 4 ปี เอาเงินมาช่วยเรื่องการท่องเที่ยวและป้องกันไม่ให้น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ ได้ เงินก็ไหลเข้าประเทศ และก็สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้า เงินไม่ไปไหน หากเรารายได้ดีก็เก็บได้เลย หากไม่ดีและมาเก็บจะเอาเงินที่ไหนจ่าย”
ด้าน ประภาส อินทนปสาธน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่ ยอมรับว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา ทำให้ทางจังหวัดและเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้เตรียมมาตรการเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเตือนภัย
ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ม.ค. หลังจากนั้นวันที่ 2 ม.ค. ทุกหน่วยงานได้มีการประเมินสถานการณ์ว่าไม่ท่วมในตัวเมือง จากนั้นวันที่ 3 ม.ค. จึงได้ประกาศเป็นวันคลีนนิงเดย์ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวให้กลับมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการทุกแห่งมาร่วมทำความสะอาด
“เชื่อมั่นว่าภาพรวมการท่องเที่ยวจะกลับมาดีขึ้น ซึ่งรายงานล่าสุดพบว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนมียอดจองห้องพักจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะใจกลางเมืองเต็มหมด ไม่มีการยกเลิกที่พัก”
สำหรับผู้บริหารที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องโดยตรงกับเมืองหาดใหญ่ ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัยคือ การทำตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการทำแก้มลิง พนังกั้นน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาเร็วเกินไป อย่างไรก็ดีทางเทศบาลได้มีการทำแก้มลิงไปแล้วส่วนหนึ่ง และได้ทำการขุดลอกคลองระบายน้ำโดยกรมชลประทาน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ
“ได้เตรียมที่จะเสนอแนวทางต่อรัฐบาล โดยการขุดขยายคลองใหม่ เพื่อให้สามารถรับได้ 1,000–2,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากต้องการทำให้ถาวร คาดว่ารัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท จึงจะช่วยพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงเทศกาลตรุษจีนไม่มีแน่นอน แต่อาจจะมีฝนตกลงมาบ้างเพียงเล็กน้อย และมั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัด”







