
จัดหางานยุค'ประวิทย์ เคียงผล'ขอทำตัวเป็นเซลส์แมนตำแหน่งงาน
แม้เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา จะทำให้โรงงานหลายร้อยแห่งได้รับผลกระทบ แรงงานเกือบ 1 ล้านคน
โดย...วิทยา ปะระมะ
แม้เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา จะทำให้โรงงานหลายร้อยแห่งได้รับผลกระทบ แรงงานเกือบ 1 ล้านคนต้องหยุดงานชั่วคราว บ้างก็ถูกเลิกจ้าง แต่ในมุมมองของ ประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ยังมองว่าภาพรวมตลาดแรงงานปีนี้ยังต้องการกำลังคนอีกมาก
“แนวโน้มความต้องการปีนี้ยังต้องการแรงงานอีก 1.4 แสนคน เราพยายามเติมเต็มช่องว่างนี้ แต่ปัญหาคือคนที่เรียนจบออกมามีคุณสมบัติไม่ตรงกับความต้องการของตลาด” อธิบดีกรมการจัดหางานสรุป
เพื่อป้อนแรงงานให้ครบตามความต้องการของตลาด ประวิทย์ กล่าวว่า กรมการจัดหางานต้องปรับเปลี่ยนการทำงานในเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการสร้างค่านิยมให้คนเรียนเพื่อการมีอาชีพ และการทำงานภายในที่เจ้าหน้าที่ต้องทำตัวเป็นเซลส์แมนตำแหน่งงาน
“ที่ผ่านมาทำให้คนส่วนใหญ่นิยมเรียนปริญญาตรี แต่ตลาดแรงงานต้องการคนที่จบสายอาชีวะ ภาพที่เกิดขึ้นทุกวันนี้คือวุฒิปริญญาตรีล้นตลาด เวลาจัดมหกรรมนัดพบแรงงานแต่ละครั้ง จึงมีผู้จบปริญญาตรีสายสังคมหรือศิลปศาสตร์มาหางานจำนวนมาก” ประวิทย์ กล่าว
เพื่อแก้ปัญหานี้ กรมการจัดหางานจะพยายามส่งเสริมค่านิยมการเรียนในสายอาชีวะให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเข้าไปทดสอบทักษะความสนใจและให้คำแนะนำด้านอาชีพแก่นักเรียนระดับมัธยมแต่เนิ่นๆ เพื่อให้นักเรียนค้นพบตัวเองว่าถนัดเรื่องไหน จะได้วางแผนการเรียนได้ถูกทาง
ขณะเดียวกัน ครูแนะแนวต้องให้คำแนะนำด้วยว่า การเรียนสายอาชีวะมีข้อดีอย่างไร เช่นการเรียนไปทำงานไป เมื่อได้วุฒิการศึกษาไปสมัครงานจะได้เงินเดือนสูงกว่าเด็กจบใหม่ที่เพิ่งมาทำงาน เพราะถือว่ามีทักษะในการทำงานแล้ว คนจบปริญญาตรีได้เงินเดือน 8,000 บาท แต่คนที่มีทักษะอาจจะได้ถึง 1.5 หมื่นบาท และถ้าเรียนในอาชีพที่อยู่ในค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานก็จะได้ค่าแรงตามที่กฎหมายกำหนดด้วย
อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่จัดงานต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ให้กลายเป็นเซลส์แมนตำแหน่งงาน
ประวิทย์ ขยายความว่า ที่ผ่านมาการทำงานของสำนักงานจัดหางานจังหวัดแต่ละแห่ง จะรอให้นายจ้างเดินเข้ามาหาถึงออฟฟิศเพื่อแจ้งว่าต้องการคนงานกี่คน แต่ปีนี้เจ้าหน้าที่ต้องทำตัวเป็นเซลส์แมนเข้าไปประกบติดกับสถานประกอบการเพื่อวิเคราะห์ลักษณะงานในอุตสาหกรรมต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร แนวโน้มเงินเดือนเท่าไหร่ เตรียมข้อมูลให้คนหางานประกอบการตัดสินใจสมัครงาน
ส่วนแรงงานที่อยู่ในระบบอยู่แล้ว แต่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานกลับเข้ามาทำงานในโรงงานแล้ว 8 แสนคน แม้จะมีบางส่วนถูกเลิกจ้าง 2 หมื่นกว่าคน แต่ยังมีตำแหน่งงานรอรับอีกมาก
“ปัญหาคือคนตกงานไม่ไปทำงานมากกว่า เพราะพอถูกเลิกจ้างก็กลับบ้านไปทำนา รอจนเก็บเกี่ยวเสร็จถึงจะเข้ามาทำงานใหม่ ตอนนี้ภาคอีสานเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว หลังปีใหม่น่าจะเห็นคนเริ่มกลับเข้ามาหางานอีก” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว







