
วิปรัฐฯเมิน‘อุกฤษ’หนุนโมเดลสสร.1
เตรียมแก้ม.291ชงเข้าสภาต้นก.พ.-มาร์คจี้ปูแสดงจุดยืนเตือนรูปแบบคอ.นธ.ยิ่งวิกฤต
เตรียมแก้ม.291ชงเข้าสภาต้นก.พ.-มาร์คจี้ปูแสดงจุดยืนเตือนรูปแบบคอ.นธ.ยิ่งวิกฤต
วิปรัฐบาลยึดโมเดล ส.ส.ร.1 ไม่สนข้อเสนอ “อุกฤษ มงคลนาวิน” ให้ ตั้ง 34 ผู้ทรงคุณวุฒิ แก้ รธน. เตรียมชงแก้มาตรา 291 เข้าสภาต้นเดือน ก.พ.
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิปฯ สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) โดยจะขอแก้มาตรา 291 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร. 3)
“หลักการคือรอรวบรวมรายชื่อจากภาคประชาชน 5 หมื่นรายชื่อ และ สส.พรรคร่วมรัฐบาลลงรายชื่อ 1 ใน 5 สมาชิก ยื่นญัตติ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขมาตรา 291 ซึ่งกระบวนการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้เสร็จภายในต้นเดือน ก.พ.นี้” ประธานวิปฯ กล่าว
สำหรับคุณสมบัติและที่มา ส.ส.ร. 3 นั้น จะไปหารือในชั้นแปรญัตติวาระ 2 และ 3 ที่จะให้มีการกำหนดคุณสมบัติและที่มาอย่างละเอียด โดยเบื้องต้นเห็นด้วยกับแนวทางการสรรหาสมัย ส.ส.ร. 1 ที่ให้ผู้สมัครในจังหวัดนั้นๆ เลือกกันเอง และให้มีการคัดสรรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาร่วมเป็น ส.ส.ร. ซึ่งเป็นแนวทางตามที่คณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ หรือ คอ.นธ. เสนอให้มีผู้ทรงคุณวุฒิ 34 คน ร่วมแก้ไขด้วย
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางแก้ไข รัฐธรรมนูญโดยควรยึดแนวทางที่แถลงต่อสภา ด้วยการตั้ง ส.ส.ร. เพราะขณะนี้ นายกฯ ให้สัมภาษณ์สับสนมาก เช่น บอกว่าอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่กลับเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 34 คน ตามที่ นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธาน คอ.นธ. เสนอ
“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในบทบาทหน้าที่ของ คอ.นธ. แต่อยู่ดีๆ กลับมีการเสนอเรื่องนี้ และมีการพูดด้วยซ้ำว่า คอ.นธ.อาจหมายถึงคณะกรรมการนอกรัฐธรรมนูญ มีการพูดว่าบางคนอาจจะใจร้อน ถ้าเป็นกระบวนการ ส.ส.ร.ที่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมอาจจะช้าและครอบงำไม่ได้ตามที่ต้องการ ก็ต้องถามว่าเป็นเพราะพี่ชายนายกฯ ไม่ต้องการกระบวนการ ส.ส.ร.ใช่หรือไม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากเดินตามข้อเสนอของนายอุกฤษ ก็อาจจะเกิดวิกฤตได้ เพราะเป็นข้อเสนอที่แปลกมาก มีความขัดแย้งในตัวเอง อ้างว่าจะให้ผู้เชี่ยวชาญมาคิด แต่กลับเสนอเนื้อหาชี้นำและยังยกตัวอย่างคนที่น่าจะเป็นคณะกรรมการด้วย ซึ่งองค์ประกอบก็อิงอยู่กับบางพรรคการเมืองเท่านั้น
ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า การร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรมาจากประชาชนและตัวแทนจากนักวิชาการรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ประมาณ 22 คน หากมีแค่ 34 คน ที่ไม่ใช่ตัวแทนจากประชาชนก็จะทำให้เกิดปัญหาได้ ทั้งนี้ส่วนตัวยังเห็นว่าควรมีการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมา หากต้องการประหยัดงบประมาณก็สามารถใช้ สว.เลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นตัวแทนภาคประชาชนที่มีจำนวน 77 คน ในการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ได้
ทั้งนี้ สิ่งที่ควรจะทำในการแก้รัฐธรรมนูญ คือ ให้ประชาชนเข้าใจว่าแก้ไปเพื่ออะไร ตัวผู้แก้ไขไม่ควรที่จะมาจากตัวแทนกลุ่มการเมือง เพราะเมื่อครั้งการร่างรัฐธรรมนูญ2550 ก็มีการใช้สมัชชาแห่งชาติ 2,000 คน แล้วคัดเลือกตัวแทนแต่ละสาขาอาชีพมาเป็น ส.ส.ร. ซึ่งถือเป็นเรื่องดี
“ถ้ามีการเลือก ส.ส.ร.แต่ละจังหวัดใหม่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็จะเป็นของพรรคเพื่อไทย และภาคใต้ก็เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ก็คงไม่มีอะไรที่แตกต่างจาก สว.เลือกตั้ง 77 จังหวัดในปัจจุบัน ที่แม้กฎหมายจะห้าม สว.สังกัดพรรคการเมือง แต่ก็พอมองออกว่าคนไหนเป็นคนของสังกัดพรรคใด เป็นธรรมดาของระบบการเมืองใช้วิธีนี้ก็จะประหยัดงบดี” นางสดศรี กล่าว







