
ผีเน่ากับโลงผุมาเฟียตลาด-ธุรกิจสีเทา
ถอดรหัสแก๊งมาเฟียคุมตลาดที่พัฒนามาจากจิ๊กโก๋-ขาใหญ่เจ้าถิ่นที่ได้รับแรงหนุนจากกลุ่มธุรกิจสีเทา
ถอดรหัสแก๊งมาเฟียคุมตลาดที่พัฒนามาจากจิ๊กโก๋-ขาใหญ่เจ้าถิ่นที่ได้รับแรงหนุนจากกลุ่มธุรกิจสีเทา
กว่า 30 ปีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จัดตลาดนัดจตุจักร พลันส่งคืนพื้นที่ให้กับเจ้าของเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา คืนเดียวกันของวันนั้น กลุ่มอำนาจใหม่ก็เข้าจองเก็บผลประโยชน์กันพรึบ และถัดจากนั้นคืนวันที่ 4 ม.ค. ก็เกิดเพลิงไหม้ร้านหนังสือไปกว่า 4 คูหา ตามที่ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เคยบอกไว้ว่าจะมีการเผา การขโมยของ ในจตุจักรช่วงเปลี่ยนผ่านการบริหาร จึงต้องส่งผู้กว้างขวางเข้าไปหาข่าว ทั้งๆ ที่จตุจักรปกติไม่เคยมีเหตุให้น่าระทึกเช่นนี้
วี่แววของความวุ่นวายถูกซ้อนทับมาได้ระยะหนึ่ง โดยมีข่าวลือสะพัดว่า มีขบวนการจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลในตลาด ยุยงผู้ค้าให้คัดค้านการส่งคืนตลาดจตุจักรให้ ร.ฟ.ท.บริหาร
อะไรก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าเม็ดเงินที่หมุนเวียนหลังการผลัดมือ แม้มีผู้ค้าบางรายไม่เห็นด้วย สาเหตุหนึ่งเพราะแนวโน้มว่าค่าเช่าแผงจะต้องสูงขึ้น แต่ประเด็นหลักคือการล้างบางมาเฟียคุมตลาดที่เชื่อมโยงคนมีสี
ร.ฟ.ท. ได้จ้างเอกชนให้เข้าไปดำเนินการชั่วคราวในระหว่างรอจัดตั้งบริษัทลูก เพื่อจัดเก็บค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า รักษาความสะอาด เก็บขยะ ความปลอดภัย และการจราจร โดยมีแผนจะพัฒนาพื้นที่จตุจักรแห่งนี้ให้กลายเป็นตลาดที่ทำการเปิดขายทุกวัน
ที่นอกจากจะรื้อระบบการ บริหารเดิมของ กทม.แล้ว ยังจะเป็นการรื้อและเข้าไปทับกับผลประโยชน์ของมาเฟียตลาด 3 กลุ่มใหญ่ๆ ซึ่งฝังตัวหากินเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มานานจนแทบจะกลายเป็นอาณาจักรขุมทรัพย์ที่หวงแหน
กลุ่มแรกคือ นายทุนที่เข้าไปกว้านซื้อสัญญาเช่าแผงจำหน่ายสินค้าในตลาด แล้วนำมาจัดสรรให้พ่อค้าแม่ค้าเช่าพื้นที่ขายของอีกต่อหนึ่ง โดยเก็บค่าเช่าตั้งแต่แผงละ 1.5-3 หมื่นบาท มาเฟียนายทุนกลุ่มนี้ครองพื้นที่ 60% ของตลาดนัดจตุจักร 8,805 แผงค้า
บวกลบคูณหารแค่เงินที่ให้ผู้ค้ามาเช่าแผงต่อ คำนวณแล้วจะมีเงินเข้ากระเป๋ากลุ่มผลประโยชน์กลุ่มนี้มากถึงปีละ 1,500 ล้านบาท ถ้า ร.ฟ.ท.เข้ามาจัดระบบการเช่าแผงใหม่ในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม ก็ต้องเผชิญหน้ากับมาเฟียกลุ่มนี้ ในที่สุดผลกระทบย่อมตกถึงผู้ค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กลุ่มที่ 2 นายทหารยศพันเอก อักษรย่อ ต. ประกอบธุรกิจขนส่ง ที่ได้เข้ามาจับจองพื้นที่บริเวณถนนหน้าหอนาฬิกา แล้วให้ผู้ค้าที่อยู่ในบริเวณนั้นเช่าพื้นที่ขาย โดยจะให้ลูกน้องไปเดินเก็บค่าเช่าแผง เฉพาะรายได้ตรงนี้ตกเดือนละหลายแสนบาท
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ ยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ประกาศว่า จะทำหนังสือแจ้งผู้ค้าทุกคน ร.ฟ.ท.จะเข้าไปบริหารพื้นที่ เชื่อว่าจะเคลียร์กับผู้ค้าบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยได้ โดยการพัฒนาของ ร.ฟ.ท.จะไม่ให้ผู้ค้าเดิมเดือดร้อน อาจจะจัดระเบียบใหม่ เช่น พื้นที่ขาย ความสะอาด ส่วนค่าเช่าใหม่จะหารือร่วมกับผู้ค้า 27 โครงการ กำหนดค่าเช่าที่เหมาะสมตามทำเล
จึงกระทบโดยตรงกับรายได้ของกลุ่มอิทธิพลนี้ที่ยึดหัวหาดอยู่เฉพาะหอนาฬิกา
กลุ่มที่ 3 ผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักรรู้จักกันดีในนาม “เสธ.ก” ยึดพื้นที่หน้าถนนทำการจัดวินรถตู้ รถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง รวมถึงจัดเก็บค่าจอดรถ ซึ่งวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ตลาดนัดจตุจักรค้าขาย กลุ่มอิทธิพลนี้มีรายได้มหาศาล
ถ้าใครที่ใช้บริการรถตู้หน้าสวนจตุจักรอยู่บ่อยๆ ก็จะรู้ว่ามาเฟียกลุ่มนี้จ่ายเงินให้ใคร แล้วทำไมบางวันวินรถตู้บางสายจึงต้องเปลี่ยนที่จอด
ธุรกิจสีเทาเปิดช่องอำนาจเถื่อน
ด้วยตลาดจตุจักรที่ดำเนินการมาอย่างยาวนาน ทำให้คนบางกลุ่มเห็นช่องทางจากผู้ค้าบางรายที่ขายของผิดกฎหมายต่างๆ เช่น เทปผีซีดีเถื่อน ของป่าผิดกฎหมาย เรียกเก็บค่าที่ อ้างว่าวิ่งเต้นกับตำรวจได้ มีทั้งเป็นความสมัครใจระหว่างผู้จ่ายกับผู้เรียกมานาน ซึ่งบางรายก็จ่ายเพื่อตัดรำคาญ ส่วนที่เป็นมาเฟียนั้นทางตำรวจแนะนำว่า ถ้าผู้ค้าไม่ขายของผิดกฎหมายแล้วจ่ายค่าที่ให้ ร.ฟ.ท. ก็ไม่มีใครมาเรียกเก็บเงินอะไรได้
ในตลาดมีทั้งพวกจิ๊กโก๋ ข่มขู่ รีดไถกับแม่ค้าที่เป็นผู้หญิงแก่ๆ ไปจนถึงเดินสายเก็บค่าแผง ซึ่งทางตำรวจบอกว่าจะเริ่มทำการบันทึกข้อมูลคนกลุ่มนี้ไว้เป็นทะเบียนบุคคล เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมในอนาคต
มาเฟียเก็บค่าเช่าแผง ผู้ค้า บริษัทที่บริหาร-เจ้าของที่ดิน เป็นวงจรการค้าในตลาดหลายๆ แห่งที่หมุนรอบไปด้วยผลประโยชน์เงินๆ ทองๆ ที่เมื่อขัดแย้งกันแล้วมักจะลงเอยด้วยความรุนแรงทั้งสิ้น
อนาคตตลาดนัดสวนจตุจักรจะระอุเพียงใด หรือจะมีการปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหรือไม่ อีกไม่นานคงได้คำตอบ
แก๊งรีดไถตลาดพอเพียงหัวหมาก
ไม่เฉพาะตลาดนัดอันเลื่องชื่ออย่างจตุจักรเท่านั้น ที่มีปัญหากลุ่มมาเฟียเข้าไปหาผลประโยชน์ ตลาดพอเพียง หน้าสนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ก็มีมาเฟียขูดรีดเพิ่มค่าเช่า โดยการเอาพื้นที่ทางเดินมาแบ่งเป็นล็อกให้เช่า สร้างความเดือดร้อนทั้งแม่ค้า-ชาวบ้านที่มาเดินตลาด จนผู้ค้าต้องรวมตัวกันร้องเรียนไปยัง กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้ลงมาตรวจสอบดูแล
พฤติกรรมของกลุ่มมาเฟียพวกนี้ คอยข่มขู่และขูดรีดเงินค่าเช่าล็อกประจำ หรือแผงขายสินค้าในราคาแพงระยับ ถือโอกาสเพิ่มค่าต่อสัญญาปีละ 1 หมื่นบาท อ้างว่าจะได้ล็อกขายผู้ค้าประจำ ไม่ให้ขาจรที่มีล็อกวางขายของไม่อยู่กับที่เดิม ทั้งๆ ที่ผ่านมาล็อกประจำเสียค่าเช่ารายปีเพียง 3,000-4,000 บาท
จะเห็นได้ว่าแก๊งก๊วนมาเฟียบางส่วน จุดเริ่มต้นมาจากธุรกิจสีเทากำไรงาม ที่ต้องการหาผู้คุ้มครอง จุดนี้ได้กลายเป็นจุดเปิดช่องให้อำนาจเถื่อนเข้ามาแสวงหาประโยชน์ และขยายวงไปกลั่นแกล้งรีดไถผู้ค้าสุจริต ยิ่งแก๊งก๊วนพวกนี้ฝังรากลึกนาน แก๊งพวกนี้จึงย่ามใจ กล้าทำผิดกฎหมายบ้านเมืองภายใต้การหนุนหลังของอำนาจเถื่อน ซึ่งมีอยู่เกลื่อนเมืองนั่นเอง







