posttoday
ประเดิมปี'55 เดินหน้าแก้รธน. แยกกันเดิน รวมกันตี

ประเดิมปี'55 เดินหน้าแก้รธน. แยกกันเดิน รวมกันตี

08 มกราคม 2555

เข้าสู่สัปดาห์แรกของปีงูใหญ่ 2555 ประเด็นการเมืองยังคงพุ่งเป้าไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เข้าสู่สัปดาห์แรกของปีงูใหญ่ 2555 ประเด็นการเมืองยังคงพุ่งเป้าไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายลงไป กลุ่มการเมืองหลายๆ ส่วนทั้งจากในพรรคเพื่อไทย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พรรคร่วมรัฐบาล เรื่อยไปจนถึงคณะกรรมการองค์กรอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ว่าจะเริ่มต้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอย่างไร และรูปแบบของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนจะมีที่มาจากการเลือกตั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่ ส.ส.ร.มาจากการแต่งตั้งหรือไม่อย่างไร

เริ่มจาก สงวน พงษ์มณี สส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ที่เปิดเผยว่ากำลังรวบรวมรายชื่อให้ครบ 5 หมื่นรายชื่อ เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ภายในวันที่ 20 ม.ค.นี้ จากนั้นคาดว่าต้นเดือน ก.พ. จะสามารถยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาได้ โดยร่างของ สงวนกำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ 101 คน แบ่งเป็นการเลือกตั้งจากจังหวัด 77 จังหวัด ส่วนที่เหลือ 24 คน จะมาจากตัวแทนนักวิชาการ ซึ่งเมื่อได้ ส.ส.ร.ครบจำนวนแล้วจะกำหนดเวลา 240 วัน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเมื่อจัดทำเสร็จก็สามารถจัดประชามติได้ทันที

ต่างกับที่ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่แม้จะเสนอล่ารายชื่อประชาชน 5 หมื่นคนเช่นเดียวกัน แต่คัดค้านการนำนักวิชาการเข้ามาเป็น ส.ส.ร. โดยให้เหตุผลว่านักวิชาการส่วนใหญ่มักจะสนับสนุนการรัฐประหาร นพ.เหวง จึงหันไปสนับสนุนรูปแบบการเลือกตั้ง ส.ส.ร.จำนวน 100 คน เป็นรายจังหวัดคิดตามสัดส่วนประชากรมากกว่า ซึ่งปฏิทินของ นพ.เหวงกำหนดไว้ว่าจะสามารถลงประชามติได้ภายในปลายปีนี้เช่นเดียวกัน

ประเดิมปี'55 เดินหน้าแก้รธน. แยกกันเดิน รวมกันตี

 

ขณะที่บทบาทของ สส.พรรคเพื่อไทย ในสภาก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อ อุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของพรรคเพื่อไทย และจะสามารถเริ่มเข้าสู่กระบวนการหารือร่วมกันของสมาชิกพรรค และพรรคร่วมรัฐบาลได้ทันทีหลังจากพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2555 เสร็จสิ้น

แต่ที่สุดขั้วไปเลยก็คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาบอกว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงนี้ เนื่องจากประชาชนยังคงเดือดร้อนกับการแก้ปัญหาอุทกภัยอยู่ รัฐบาลจึงควรที่จะให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนก่อน หากรอเวลาอีกสัก 9 เดือน ค่อยเริ่มต้นแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่สาย ซึ่ง สส.สายเสื้อแดงอย่าง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ออกมาขานรับ แต่ก็เป็นเพียงคนเดียวที่ออกมาเห็นด้วย เพราะ สส.รายอื่นต่างก็ปัดกันพัลวันว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของ ร.ต.อ.เฉลิม และ พ.อ.อภิวันท์ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าความเห็นเหล่านี้จะเป็นการสับขาหลอก เพื่อแยกกันเดิน ร่วมกันตี

ส่วนที่ดูจะน่าแปลกใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้นคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) เปิดรายชื่อ 34 ผู้ที่เหมาะสมจะมานั่งเป็น ส.ส.ร.ที่มีทั้งนักวิชาการ นักกฎหมาย นักการเมืองเสื้อเหลือง–เสื้อแดง ไปจนถึงผู้บริหารองค์กรสื่อมวลชน อาทิ คำนูณ สิทธิสมาน วรเจตน์ ภาคีรัตน์ จาตุรนต์ ฉายแสง วิษณุ เครืองาม และสุทธิชัย หยุ่น เป็นต้น ทว่า ในวันถัดมาทุกคนที่มีรายชื่อต่างปฏิเสธกันพัลวัน

อีกประเด็นหนึ่งที่ยังคงถกเถียงข้ามปีก็คือ การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 (กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) ล่าสุดได้ข้อสรุปชัดเจน ภายหลัง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร เชิญหัวหน้าพรรคการเมือง 9 พรรค เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันว่า รัฐบาลจะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 เนื่องจากเป็นประเด็นอ่อนไหวอาจทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่ง ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งนั่งอยู่ในที่ประชุมด้วย ได้รับปากว่าจะไม่แก้ไขมาตรา 112 อย่างแน่นอน เป็นอันว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องแบกรับความกดดันทั้งจากนักวิชาการ และบางส่วนของ นปช.ที่ให้แก้ไขมาตรา 112 ต่อไป

ส่วนความเคลื่อนไหวที่รัฐสภานั้น ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 วาระที่ 2 และวาระที่ 3 ซึ่ง จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต 1.การจัดงบประมาณไม่สอดคล้องกับความจำเป็น 2.งบกลางช่วยเหลือและเยียวยาพื้นที่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 1.2 แสนล้านบาท แต่กลับไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจน 3.ประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณของหน่วยงานต่างๆ 4.การจัดสรรงบประมาณไม่ซื่อสัตย์ หรือมีการทุจริต และ 5.การจัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกฎหมาย รวมถึงฝ่ายค้านยังได้ใช้โอกาสนี้อภิปรายรัฐบาล เรื่องการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ว่าไม่มีความจำเป็น และย้อนกลับรัฐบาลที่เมื่อเป็นฝ่ายค้านเคยโจมตีรัฐบาลชุดก่อนว่า “ดีแต่กู้” แต่รัฐบาลชุดนี้ก็กู้ไม่แพ้กัน ซึ่งตลอด 3 วันของการอภิปรายนั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความดุเดือด แต่ที่สุดแล้วที่ประชุมก็มีมติให้เห็นชอบในวาระที่ 3 ด้วยคะแนน 272 ต่อ 3 เสียง รอให้วุฒิสภาพิจารณาในวาระต่อไป

ด้านสถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่มที่ จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช และสงขลา จากปริมาณน้ำฝนที่มีมากกว่าปกติ ทำให้เส้นทางสายหลักลงสู่ภาคใต้ อย่างถนนสายเอเซียและสนามบินนครศรีธรรมราชต้องหยุดชะงักโดยปริยาย แต่ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของภาคใต้ ทำให้น้ำสามารถไหลลงสู่อ่าวไทยได้อย่างรวดเร็ว เหลือเพียงแค่บางพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเท่านั้น

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สัปดาห์นี้ หลังจากหยุดพักผ่อนกับครอบครัวช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็ยังคงสงวนท่าทีต่อปฏิกิริยาที่เป็นประเด็นร้อนตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ขณะที่การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่าย 2555 นั้น ยิ่งลักษณ์ได้เข้าไปนั่งประชุมพิจารณาด้วยเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ยิ่งลักษณ์ได้กล่าวถึงเหตุที่ยังไม่ลงตรวจสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่า เนื่องจากติดการพิจารณาร่างงบประมาณ

ส่วนความคืบหน้าคดีสังหาร อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ครรชิต ทับสุวรรณ สส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหายังคงไม่นำอาวุธปืนและรถยนต์ไปให้ตำรวจตรวจสอบตามหมายเรียก โดยให้ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ทนายความส่วนตัวชี้แจงแทนว่า ครรชิตยังไม่ได้รับเอกสารขอตรวจค้น และขอให้ตำรวจทำเอกสารขอตรวจค้นส่งมาที่รัฐสภาแทน อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบขอตัวครรชิตจากสภาผู้แทนราษฎรมาสอบปากคำ ขณะเดียวกัน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า หากตำรวจขอหมายค้นได้รับหนังสือแจ้งนัดเพื่อทราบจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ยังไม่ได้รับหนังสือขอตัวครรชิตไปดำเนินคดีแต่อย่างใด หากได้รับหนังสือดังกล่าวก็จะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมทันที ส่วนจะมีมติคุ้มครองครรชิตหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับมติของ สส.

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท