posttoday
ผ่าแผนลับ“เผชิญเหตุ”วันชี้ชะตา รับมือนาทีพลิกผัน!

ผ่าแผนลับ“เผชิญเหตุ”วันชี้ชะตา รับมือนาทีพลิกผัน!

26 กุมภาพันธ์ 2553

มีบางกลุ่มเข้ามาแล้วกอปรกับการนัดชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้นกลางเดือนมี.ค.  ซึ่งอาจซ้ำรอยเมษาเดือด ต้องประเมินอีกครั้ง ทั้งการเพิ่มระดับความลับปกปิดหมาย จัดเซฟเฮาส์

มีบางกลุ่มเข้ามาแล้วกอปรกับการนัดชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้นกลางเดือนมี.ค.  ซึ่งอาจซ้ำรอยเมษาเดือด ต้องประเมินอีกครั้ง ทั้งการเพิ่มระดับความลับปกปิดหมาย จัดเซฟเฮาส์

โดย...ธรรมสถิตย์  ผลแก้ว

ไม่ประมาท!  นี่คือคติประจำใจของฝ่ายปฏิบัติที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ  ถึงแม้ว่าวันดีเดย์พิพาษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการประเมินจากหน่วยข่าวกรองไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นต้องออกกฎหมายพิเศษ  เหตุเพราะความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงลดระดับลง

แต่ในสถานการณ์ความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลหลายกลุ่ม ซ่อนไว้หลายเป้าหมาย ย่อมมีความไม่น่าไว้วางใจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  คำถามหนึ่งจากสื่อมวลชนสอบถามผู้เชี่ยวชาญงานความมั่นคงปณิธาน วัฒนายางกร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบน่าสนใจว่า ในช่วงสัปดาห์นี้จะขอปิดลับที่พำนักนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงสถานการณ์ที่จะชุมนุมใหญ่อาจต้องพิจารณาไม่เผยแพร่กำหนดการนายกฯต่อสื่อมวลชน

นอกจากบ้านพัก ซ.สวัสดี แล้ว นายกฯจะไปพักที่ไหน ทำไมต้องปิดลับและเพราะเหตุใด!?!

อย่างที่บอกแม้ที่ทำการศาลฯอาจไม่มีความรุนแรง แต่เหตุไม่คาดฝันย่อมเกิดขึ้นได้กับบุคคล สถานที่ สำคัญ จึงต้องมีแผนปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคงและการปิดลับที่พำนักนายกฯก็เป็นหนึ่งในแผนนั้น

ผ่าแผนลับ“เผชิญเหตุ”วันชี้ชะตา รับมือนาทีพลิกผัน!

ก่อนจะมาถึงวันชี้ชะตาขุมทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ  ฝ่ายความมั่นคงได้จัดทำแผนเฝ้าระวังความปลอดภัยบุคคลระดับสูง บุคคลที่ตกเป็นเป้าหมาย องค์กรอิสระ  สถานที่สำคัญไว้เป็น 3 ช่วงด้วยกัน กล่าวคือ 1. แผนรับมือนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้วถึงวันที่ 26 ก.พ .   2. แผนวันที่ 26 ก.พ. และ 3. แผนหลังวันที่ 26 ก.พ.  แต่ละแผนขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสิรฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. โดยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลพร้อมกับรายงานผลการปฏิบัติงานส่งตรงนายสุเทพ เทือสุบรรณ  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง

ตามรายงาน ขณะนี้แผนช่วงที่ 1 เป็นไปด้วยความราบรื่น ขณะนี้เข้าสู่แผนช่วงที่ 2 ก็คือวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งการปิดลับที่พำนักนายกฯ ก็อยู่ในแผนช่วงนี้

ในช่วงเหตุการณ์เมษาเดือดปีที่แล้ว มีการจัดแผนไว้เช่นกัน ด้วยการจัดพื้นที่3-4 แห่ง เป็นกองบัญชาการเฉพาะกิจ  เช่นที่เกิดขึ้นกับ เซฟเฮาส์ของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์   หรือการตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย   ซึ่งในส่วนนี้จะผ่านการประสานโดยตรงจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง   รวมถึงครั้งนี้การประสานจัดหาเซฟเฮาส์   การตั้งกองบัญชาการเฉพาะกิจ ภายในพื้นที่ทหาร  จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เฮลิคอปเตอร์ ก็ยังคงเป็นหน้าที่ประสานโดยตรงระหว่าง นายสุเทพ และพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม

ในส่วนของทำเนียบรัฐบาลจะอยู่ในความดูแลของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และพล.ต..อ.ธานี สมบูรณ์รัพย์ รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง  จัดหาสถานที่ขึ้นตรงสำนักนายกฯ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน  เช่น บ้านพิษณุโลก บ้านมนังคศิลา หรือแม้แต่ บ้านพักรับรองสำนักเลขาธิการนายกฯ ที่หาดแหลมแท่น จ.ชลบุรี  โดยขณะนี้มีการปัดกวาด ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน     ทั้งนี้ไม่ใช่แต่รองรับนายกฯเท่านั้น  แต่เตรียมการตาม”แผนเผชิญเหตุ” ให้กับข้าราชการ กรณีเกิดเหตุรุนแรงที่ทำเนียบรัฐบาลจนไม่อาจเข้ามาทำงานได้ตามปกติด้วย   เช่นเดียวกับ  ครอบครัวนายกฯ  ตุลาการ บุคคลสำคัญอื่น ที่อาจต้องเผชิญสถานการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การชุมนุมขัดขวางเส้นทางจราจร  เป็นอุปสรรคต่อการมาปฏิบัติหน้าที่  ก็จะมีการจัด”เซฟเฮาส์ปิดลับ”   จัดรถหุ้มเกราะกันกระสุน   ตั้งจุดตรวจเพิ่ม  มีชุดเจรจา   และหน่วยเคลื่อนที่เร็วอำนวยความสะดวก

ดังเช่นที่เห็นเมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งมีการจัดรถกันกระสุนแลนด์โรเวอร์ จำนวนถึง 9   คัน  พร้อมชุดอารักขาคุ้มกันความปลอดภัยเข้ม  ให้กับตุลาการศาลฏีกาทั้ง 9 คน  นำพามาถึงศาลฏีกาฯด้วยความปลอดภัย และเมื่ออ่านคำพิพากษาเสร็จก็อารักขากลับสู่ที่พักและเซฟเฮาส์ตามที่แต่ละท่านแจ้งความจำนง รอเวลาให้สถานการณ์วันนี้ผ่านไปด้วยดีก่อน

นอกจากนี้ตามแผนช่วงที่ 2  ( วันที่ 26 ก.พ. ) เมื่ออ่านคำพิพากษาเสร็จ ฝ่ายความมั่นคงจะทำหน้าที่ประเมินความเคลื่อนไหวฝ่ายสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเชื่อว่ามีการแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ซึ่งถ้าพัฒนาไปสู่การเคลื่อนไหวรุนแรง จะต้องมาประเมินว่าใช้แผนใดรับมือ หรือจะประกาศกฎหมายพิเศษฉบับใด  แม้ข้อมูลการข่าวจะได้รับรายงานว่า มีการเคลื่อนไหวของคณะบุคคลเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯแล้วก็ตาม  ซึ่งอาจเป็นกลุ่มอิสระ  อาจไม่มีแนวโน้มความรุนแรง แต่ฝ่ายความมั่นคงไม่ประมาท   ดังนั้น 4-5  ชั่วโมงหลังการอ่านคำพิพากษาเสร็จ เป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ แต่กระนั้นตลอดค่ำคืนนี้ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก

หากสถานการณ์ตลอดคืนนี้ผ่านไปด้วยดี จะส่งผ่านสู่แผนช่วงที่ 3 ( หลังวันที่ 26 ก.พ.เป็นต้นไป ) ตามที่ฝ่ายความมั่นคงประเมิน ภายหลังไม่มีการชุมนุม ได้ปรับลดระดับการควบคุมพื้นที่ลงไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีบางกลุ่มเข้ามาแล้วกอปรกับการนัดชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้นกลางเดือนมี.ค.  ซึ่งอาจซ้ำรอยเมษาเดือด ต้องประเมินอีกครั้ง ทั้งการเพิ่มระดับความลับปกปิดหมาย จัดเซฟเฮาส์ ทั้งนี้  โดยปกติจัดกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชนไว้ 2-5 กองร้อย  แต่หากมาในจำนวนมาก ก็เตรียมไว้ 10 กองร้อย และถ้ายังไม่สามารถรับมือได้อีก ก็มีการเตรียมกองร้อยเพิ่มเติม รอไว้ในที่ตั้งซึ่งจะเดินทางเข้าพื้นที่ภายในเวลาอันรวดเร็ว

อะไรก็เกิดขึ้นได้  ทว่าเมื่อผ่ายความมั่นคงตระเตรียมการพร้อมสรรพ ทั้งแผนรับมือ แผนรุกในทางลับ ทำให้วันนี้ คนบนตึกไทยคู่ฟ้าทอดสายตาลงมาด้วยความเบาใจ ก่อนที่จะเผชิญโจทก์ใหม่ให้แก้ไขในวันต่อไป 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์