posttoday
แหกคุก…เสี้ยวจังหวะแห่งพันธนาการ

แหกคุก…เสี้ยวจังหวะแห่งพันธนาการ

26 กุมภาพันธ์ 2553

เปิดโลกกรงเหล็กไปกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์  ชาติชาย สุทธิกลม

เปิดโลกกรงเหล็กไปกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์  ชาติชาย สุทธิกลม

โดย ธนก บังผล

แหกคุก…เสี้ยวจังหวะแห่งพันธนาการ ภาพประกอบข่าว

สิ้นเดือนม.ค. 2553 หน่วยสืบสวนปฏิบัติหน้าที่ปลอมตัวเป็นคนขับรถบรรทุก 10 ล้อ ล่อซื้อยาบ้า รวบตัวนายอำพัน แก้วใหญ่ ได้ที่ จ.สระแก้ว จากการขยายผล พบว่า นายอำพัน อายุ 40 ปี เคยถูกจับข้อหายาบ้ามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2547 แต่แหกคุกออกมาได้ในเวลาต่อมาและแม้ว่าจะจับกุมนักโทษแหกคุกคดีค้ายาเสพติดได้ในครั้งนี้ แต่คำถามที่ตามมาคือ ยังมีนักโทษแหกคุกอีกกี่มากน้อยที่ปะปนอยู่ในสังคม คำถามนี้จึงที่มีเพียง ชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คนปัจจุบันเท่านั้นที่สามารถตอบได้บางคำตอบ เป็นการเปิดโลกข้างหลังลูกกรงเหล็ก ดินแดนที่คนไม่อยากเข้าไป ..ได้รู้

โดยเฉพาะข้อมูลจำนวนผู้ต้องขังที่หลบหนีในช่วงตั้งแต่ปี 2547-2553 ที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น่าตกใจ

“ถ้าดูจากตัวเลขการหลบหนีออกจากคุกของกรมราชทัณฑ์ตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา ปีหนึ่งก็ประมาณ 50-60 ราย ที่หลบหนีการควบคุมของเราไป โดยสภาพแล้วพฤติการณ์ในการหลบหนีในที่คุมขังไม่เยอะ แต่ว่าหลบหนีขณะที่นำตัวไปขึ้นศาลเพื่อคุมขังตรงนี้เยอะ”

โดยตัวเลขของผู้ต้องขังหลบหนีใน ปี 2547 มี 60 ราย ส่วนปี 2552 ที่ผ่านมามี 64 ราย

“ส่วนใหญ่จับกุมตัวได้ ยกตัวอย่างที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน 3 รายก็จับกุมได้ในขณะนั้น หรือที่ศาลจังหวัดขอนแก่นเอาตัวลงมาก็กระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่มารับ ก็จับกุมตัวได้หมดเลย 5-6 คน นี่เป็นเหตุการณ์เมื่อธันวาคมถึงมกราคมนี่เอง”
 
“ประเด็นก็อยู่ที่ว่าทำไมหลบหนีระหว่างที่อยู่ข้างนอก ก็เพราะว่าพอเอาออกมานอกเรือนจำก็ง่ายต่อการวางแผนที่จะหลบหนี แต่ขออธิบายว่าถ้าเอาออกมานอกเรือนจำซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพ จะอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่เรือนจำ กรมราชทัณฑ์ตลอด ตั้งแต่อยู่ข้างในคุก เบิกตัวไปขึ้นศาล อยู่ที่บัลลังก์ระหว่างขึ้นศาล เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะดูแล แต่ในต่างจังหวัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่ได้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้มาเบิกตัวออกจากเรือนจำ แล้วก็นำไปไว้ที่ห้องควบคุมที่ศาล เบิกตัวขึ้นไปบัลลังก์เพื่อพิจารณาคดี เป็นหน้าที่ของตำรวจทั้งหมด 75 จังหวัดยกเว้นกรุงเทพ”

ชาติชาย มองช่องโหว่ที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดเหล่านี้ว่า เมื่อนำผู้ต้องขังออกจากเรือนจำก็ไม่มีกำแพงคุก ดังนั้นก็พร้อมที่จะหลบหนีได้ทุกจังหวะ
 
“วิธีการป้องกันของเราก็คือ 1.จำตรวน ซึ่งเป็นโซ่ตรวนที่มีน้ำหนักพอสมควรแตกต่างจากโซ่ตรวนขณะที่อยู่ในเรือนจำ แต่ก็แน่นอนว่าถึงแม้จะวิ่งลำบากแต่ก็วิ่ง 2.คือเขาต้องมีการวางแผนที่จะมีคนมารับ จะรับด้วยรถอะไรก็แล้วแต่ องค์ประกอบนี้คือต้องมีผู้มารับ อย่างที่ 3.คือการหาจังหวะที่จะหลบหนี ก็อยู่ที่ว่าจังหวะไหน ออกจากเรือนจำจะขึ้นรถมีจังหวะหรือเปล่า ถึงเรือนจำตอนลงนั้นลงในจังหวะไหน หรือตอนที่ถูกเบิกตัวออกจากห้องควบคุมของศาลเพื่อขึ้นไปรับฟังการพิจารณาคดีตามบัลลังก์ ถ้ามีจังหวะเขาก็ไป แต่ที่พบส่วนใหญ่คือจังหวะช่วงลงมาจากการพิจารณาของศาลแล้วกำลังจะกลับเรือนจำ ซึ่งอาจเป็นช่วงที่ทุกฝ่ายอาจจะล้า เวลาก็เป็นช่วงพลบค่ำ คือทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับจังหวะ”

แหกคุก…เสี้ยวจังหวะแห่งพันธนาการ ภาพประกอบข่าว

ส่วนจะปิดจังหวะอย่างไร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ บอกว่า ก็ต้องอยู่ที่การควบคุม
 
“ขอบอกก่อนว่าหน้าที่กรมราชทัณฑ์นั้นเฉพาะกรุงเทพ หลักก็คือว่าทุกคนต้องตระหนัก ทันทีที่ผู้ต้องขังออกจากเรือนจำโอกาสที่เขาจะหลบหนีมีมากกว่าอยู่ในเรือนจำ การดำเนินการตามขั้นตอนต่างที่เรากำหนดไว้ การควบคุมขณะที่ออกจากเรือนจำ ขึ้นรถก็ต้องมีการ์ด เจ้าหน้าที่ต้องมีอาวุธพอสมควร การควบคุมขึ้นรถก็ต้องจัดแถวให้เรียบร้อย มีการค้นก่อนขึ้น เมื่อขึ้นรถแล้วก็ต้องมีการปิดล็อคกุญแจอย่างไร ขณะที่มีการนำตัวไปเกิดเหตุอะไรก็ต้องไม่เปิดประตูผู้ต้องขัง เมื่อไปถึงที่ศาลก็ต้องนำตัวไปที่ควบคุมโดยปลอดภัยทุกขั้นตอน เรามีมาตรการตรงนี้อยู่”

แต่หากมีการหลบหนีได้แล้วนั้น กระบวนการตามตัว อำนาจของกรมราชทัณฑ์มี 1 เดือน ในขณะนั้นถือว่าเป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจจับกุม หากพ้นจาก 1 เดือนแล้วจะกลายเป็นโจทก์ และจะเป็นหน้าที่ของทางตำรวจ

“วิธีการตามจับก็มีเพียง 2-3 อย่างเท่านั้น คือพวกนี้พูดไปแล้วก็เหมือนว่าบอกเขา คนพวกนี้ก่อนจะไปไหนจะต้องกลับไปหาคนที่รักที่สุด ไปลาอีกสักทีก่อน ตอนอยู่ก็จะมีแม่มาเยี่ยม เมียมาเยี่ยม ก่อนหนีก็ขอไปสักหน่อย อย่างที่สองก็คือต้องการเงิน มันก็ต้องไปหาคนที่ใกล้ชิดที่สุด ส่วนต่อจากนั้นก็อยู่ที่ว่าเราจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไรในการสืบสวน แหล่งที่พวกนี้เคยปรากฏตัว ข้อมูลทางเรือนจำที่มีอยู่ทั้งหมดก็เอามาดู”

ซึ่งโทษของคนที่แหกคุกออกไปนั้น นายชาติชาย ย้ำว่าจะโดนเพิ่มเติมมากขึ้น คือถ้าหลบหนีขณะอยู่ที่ศาล จะโดนโทษหลบหนีเจ้าพนักงานควบคุมและละเมิดอำนาจศาลเช่นเดียวกับการหลบหนีจากที่คุมขังก็จะมีโทษเพิ่มเติมซึ่งจะทำให้ออกจากคุกช้าลง และเสียสิทธิในการเยี่ยม

แม้จะไม่มีตัวเลขที่บ่งชัดว่าผู้ต้องหาคดีอะไรที่หลบหนีจากการคุมขังมากที่สุด แต่ปัจจุบันการลงโทษในคดียาเสพติดมีมากขึ้น ก็เป็นอีกแนวโน้มหนึ่งที่ทำให้ผู้ต้องขังหาจังหวะหลบหนี
 
“ถ้าให้ผมเดาจากสถิติที่ผ่านมา ผมว่าส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นแรงงานต่างด้าว เพราะโอกาสหลบหนีแล้วไปเลยก็มีสูง แหกคุกมีน้อยมากนะ จำได้เมื่อกลางปีที่แล้วที่พม่าแหกคุกที่ จ.จันทบุรีไป 1 ราย อย่างที่ผมบอกไปว่าขณะที่อยู่ข้างใน เราถือว่าเป็นความรับผิดชอบสูงสุดในการป้องกันไม่ให้ออกไปนอกรั้วกำแพง โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่มีโทษสูงๆ คำว่าแหกคุกนานๆจึงจะปรากฏสักครั้ง แต่อย่างที่บอกแล้ว เมื่อออกมาข้างนอกโอกาสที่จะหลบหนีมีสูง อีกกรณีหนึ่งก็อาจจะเป็นพวกกองนอก คือพวกที่ใกล้จะพ้นโทษแล้ว ไปทำงานสาธารณะ ลอกท่อ พูดได้ว่าในบางครั้งมีที่หลบหนี แล้วก็เป็นที่พูดกันในหมู่ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ว่าพวกนี้ไม่ได้คิดที่จะหลบหนี เพราะเหลือไม่กี่เดือนแล้ว แต่ที่หนีเพราะมีเหตุจำเป็น ยกตัวอย่างปัญหาทางครอบครัว แค้นมานานแล้วต้องกลับไปจัดการ หรือได้ข่าวว่าคู่อริกลับมาบ้าน นั่นลักษณะของนักโทษกองนอกมีที่หลบหนี”
ในขณะที่ข่าวการหลบหนีออกจากสถานพินิจก็มีอยู่ให้เห็นบ่อยครั้ง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยอมรับและให้เหตุผลว่า “ตรงนี้เราเปรียบไม่ได้ เพราะว่าสถานพินิจแทบจะไม่มีประตู ถึงแม้กำแพงจะมีแต่ก็เป็นกำแพงขนาดเล็ก แตกต่างจากกำแพงคุกโดยสิ้นเชิงเพราะเราถือว่าเขาเป็นเยาวชน บางแห่งก็เป็นสถานที่คุมขังแบบเปิด กลางวันไปไหนก็ได้ กลางคืนให้กลับมา ต้องเห็นใจเพราะว่าวิธีการควบคุมเด็กกับควบคุมผู้ใหญ่แตกต่างกัน เท่าที่ผมทราบความยุ่งยากความละเอียดอ่อนกับเด็กมีสูง ที่นั่นไม่เรียกว่าผู้คุม เรียกว่าพี่เลี้ยง เพราะฉะนั้นระเบียบวินัยก็แตกต่างกัน สังเกตไหมว่าแหกออกไปทีกันเท่าไร”

ชีวิตในเรือนจำ ถูกพันธนาการหลังกรงเหล็ก นักโทษอาจจะคิดหา “จังหวะ” หลบหนีในทุกครั้งที่มาถึงสถิติการตามจับกุมกลับมา สะท้อนแล้วว่าส่วนใหญ่ไม่พ้นการสืบเสาะหาเบาะแสของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอาจจะกล่าวได้ว่า ทางรอดที่คาดหวังล้วนเป็นทางตันทั้งสิ้นหรือแสงสว่างและทางลัดก็ไม่มีอยู่จริงเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน