
เหยื่อน้ำป่าถล่ม...ท่าอุแท
เปิดใจชาวท่าอุแท เหยื่อน้ำป่าถล่มรับปีใหม่ เผยนาทีระทึกชีวิตรอดพ้นมัจจุราชได้เพราะมีประสบการณ์
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เปิดใจชาวท่าอุแท เหยื่อน้ำป่าถล่มรับปีใหม่ เผยนาทีระทึกชีวิตรอดพ้นมัจจุราชได้เพราะมีประสบการณ์ ทำให้สามารถรับมือและป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นได้
สุนทร หาญสุวรรณ์ ชาวบ้านท่าอุแท ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เล่าถึงนาทีระทึกสามารถเอาชีวิตรอดพ้นจากอุทกภัยน้ำท่วมช่วงปีใหม่ได้ เพราะตั้งอยู่ในความไม่ประมาท โดยตลอดคืนรอยต่อระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2554 และวันที่ 1 ม.ค. 2555 ที่ผ่านมา ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง พอมาในช่วงเช้าของวันที่ 1 ม.ค. เวลาประมาณ 09.00 น. จึงเกิดเหตุการณ์ดินถล่มขึ้น แต่เป็นเพียงระยะทางสั้น ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านยังใช้เส้นทางได้ตามปกติ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะไม่ทราบว่าจะมีดินหรือหินบนภูเขาถล่มลงมาเมื่อไหร่อีก
หลังจากนั้น ช่วงคืนวันที่ 2 ม.ค. ได้มีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องอีกไม่ขาดสาย ทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เพราะครั้งนี้ดินถล่มได้ขยายวงตัดถนนขาด อีกทั้งยังมีน้ำป่าผสมโรงเข้ามา ทำให้เส้นทางที่ใช้สัญจรเป็นประจำหายไปในพริบตา นอกจากนี้ถนนที่หายไปทำให้การเดินทางต้องใช้วิธีการเดินอ้อมเขา ซึ่งกินเวลาเป็นวันกว่าจะสามารถเข้าออกพื้นที่ได้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสถานการณ์ครั้งนี้ไม่รุนแรงเท่ากับเหตุการณ์เมื่อครั้งที่แล้ว เนื่องจากบ้านเรือนของประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ ต่างจากครั้งก่อนที่มีบ้านพังเสียหายทั้งหมด 11 หลัง แต่ครั้งนี้ไม่มีเลย มีเพียงถนนที่เพิ่งซ่อมจากความเสียหายครั้งที่แล้วถูกตัดขาดไปเท่านั้น จากระยะทางเพียง 8 กม. ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ทำให้ต้องเพิ่มเวลาการเดินทางมากขึ้น
จรัญ ช่วยสงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 บอกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นถือว่าโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเหมือนกับครั้งที่ผ่านมา เพราะชาวบ้านทุกคนเตรียมตัวตลอดเวลา หากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายชั่วโมง น้ำท่วมครั้งนี้ทุกคนปลอดภัย แต่ติดปัญหาเรื่องถนนที่ใช้เดินทางเพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ภายใน เพราะขณะนี้ถูกดินและหินปิดทับเส้นทางเป็นระยะๆ กว่าจะเข้าถึงพื้นที่ได้ค่อนข้างลำบาก
อีกทั้งสะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำส่วนใหญ่ก็ถูกน้ำป่าพัดจนพังเสียหายหมด ทำให้ชาวบ้านที่ยังอาศัยอยู่ด้านในต้องเดินลุยน้ำออกมา เพื่อมาอยู่ในที่ปลอดภัย นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ทำที่พักสำรองไว้บริเวณหมู่บ้านหน้าถ้ำ หากสถานการณ์เกิดวิกฤตชาวบ้านยังสามารถใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราวได้
หมู่บ้านดังกล่าวมีชาวบ้านอาศัยอยู่ 80 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้อพยพลงมา เนื่องจากชาวบ้านได้ประเมินแล้วว่าเหตุการณ์ไม่อันตรายเท่ากับอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังรวมตัวกันมาช่วยเปิดเส้นทาง โดยการเอาดินและหินที่ปิดทับถนนอยู่ออก เพื่อให้รถจักรยานยนต์สามารถสัญจรไปมาได้ ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 3 วัน น่าจะแล้วเสร็จ ส่วนผู้สูงอายุและเด็ก ชาวบ้านได้มีการอพยพไปที่สำนักสงฆ์ศิลางามเพื่อความปลอดภัย เพราะเกรงว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินยังสามารถช่วยอะไรได้ทัน
นิยม ชนะภักดี รองนายก อบต.ท่าอุแท ยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงเท่าครั้งที่ผ่านมา แต่ก็ได้รับความเสียหายพอสมควร โดยเฉพาะถนน เพราะเพิ่งซ่อมไปได้ไม่นานหลังจากเหตุการณ์ดินถล่มครั้งที่แล้ว และที่สำคัญ ถนนเส้นดังกล่าวยังเพิ่งเปิดใช้ได้ช่วงก่อนสิ้นปีที่ผ่านมา และไม่ทราบว่าความเสียหายทั้งหมดจำนวนเท่าไหร่
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทาง อบต.ท่าอุแท ได้ทำหนังสือรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดไปเป็นที่เรียบร้อย รวมทั้งกำลังเตรียมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) เพื่อขอความร่วมมือในการยืมเครื่องจักรขนาดใหญ่มาใช้ในการซ่อมแซม เพื่อเปิดเส้นทางสัญจรให้กับประชาชนได้ใช้”
ทั้งนี้ มองว่าสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ทราบว่าจะเกิดเหตุขึ้นอีกเมื่อไหร่ แต่ความช่วยเหลือเบื้องต้น ทาง อบต.ได้จัดหาถุงยังชีพ รวมทั้งสถานที่ปลอดภัยมารองรับ หากประชาชนที่อยู่ด้านในต้องการอพยพ







