
พยัคฆ์ร้าย2หน้า สับขาหลอก สุดท้ายลงเอยแก้รธน.
ท่าทีของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่สวนทางกับคนในพรรคเพื่อไทย เพราะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ท่าทีของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่สวนทางกับคนในพรรคเพื่อไทย เพราะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้ ทำให้หลายคนงุนงงว่าพรรคเพื่อไทยจะเอาอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
จะเร่งหรือจะชะลอ...?
เพราะถ้าเริ่มตัดริบบิ้นแก้เมื่อไร จะเร่งปรอทการเมืองระอุขึ้น นักลงทุนยิ่งเป็นกังวลจะเกิดความขัดแย้งระลอกใหม่ขึ้น
“บิ๊กเหลิม” ให้เหตุผลล่าสุดซึ่งก็ไม่ใช่ครั้งแรก โดยย้ำว่า การแก้รัฐธรรมนูญ ควรรอไปอีก 8 เดือน เพื่อให้รัฐบาลมีผลงานการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ยาเสพติด และปัญหาอื่นๆ ก่อน
จนถึงวันนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่มีมติว่าจะเริ่มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เมื่อไร แม้ที่ผ่านมามีการประชุมพรรคหลายรอบ แต่ก็ไม่กล้าตัดสินใจ ออกมติเป็นทางการ
ที่ชัดเจนอย่างเดียวคือ จะแก้แน่นอนเนื่องจากประกาศเป็นนโยบายรัฐบาลไว้แล้วว่าจะแก้ไขภายใน 1 ปี
แต่ความเคลื่อนไหวที่ปรากฏ คือ เสียงจาก สส. และแกนนำ นปช. ที่ต่างเร่งให้แก้ตามแบบฉบับของกลุ่มตัวเอง
เช่น พีรพันธุ์ พาลุสุข ฝ่ายกฎหมายของพรรค พูดถึงปฏิทินการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะเสร็จกลางปีหน้า สงวน พงษ์มณี สส.ลำพูน เตรียมล่าชื่อคนเสื้อแดง 5 หมื่นคน เข้าสู่สภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในเดือน ก.พ. ส่วนกลุ่ม สส.เสื้อแดง นพ.เหวง โตจิราการ บอกว่า จะแก้เสร็จในปีนี้ เช่นเดียวกับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่เร่งให้พรรคเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง
ทว่าเสียงโดยรวมเกือบ 100% ในเพื่อไทยยืนยันต้องแก้รัฐธรรมนูญทันที เพราะได้หาเสียงกับคนเสื้อแดงไว้แล้วว่าจะนำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมา ถือเป็นสัญญาประชาคมที่ชอบธรรม จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องยื้อ หรือกลัวกระแสคัดค้าน แถมยังได้ประกาศว่าต้องทำภายใน 1 ปี นี่ก็ผ่านมาแล้ว 5 เดือน ถือเป็นจังหวะที่เหมาะที่สุด
ไทม์ไลน์ของพรรคเพื่อไทย การแก้รัฐธรรมนูญต้องเริ่มให้เร็วในต้นเดือน ม.ค. หรืออย่างช้าไม่ควรเกินเดือน เม.ย. ก่อนปิดสภา มิฉะนั้นอาจไม่ทันการณ์ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องใช้เวลานานร่วมปี ทั้งการตั้งเรื่อง แก้มาตรา 291 วาดหน้าตาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และการทำประชามติ
เสียงคัดค้านของ “บิ๊กเหลิม” อาจดูมีพลังเพราะเป็นรองนายกฯ ทำหน้าที่เป็น “กันชน” ให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคุมประเด็นให้รัฐบาล สำคัญกว่านั้น “บิ๊กเหลิม” เป็นเจ้าภาพอาสานำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านผ่านการนิรโทษกรรมและแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงทำให้เสียงของ “กุมารทองคะนองศึก” ที่สื่อทำเนียบมอบฉายาให้ มีน้ำหนัก รอให้รัฐบาลมีผลงานสักระยะ ใช้เป็น “เกราะกำบัง” เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะเผชิญกับแรงต้านจากหลายกลุ่มในสังคม
ถ้าเร่งแก้ตอนนี้ รัฐบาลอาจคลอนแคลน เพราะมีงานใหญ่ที่ต้องฟื้นฟูเยียวยาจากวิกฤตน้ำท่วมอยู่ ถ้าโดนคัดค้านมากๆ ว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง เร่งช่วยนายใหญ่ ไม่แก้ปัญหาประชาชน ก็เสี่ยงที่รัฐบาลอาจอยู่สั้น ยุบสภา เป็นรัฐมนตรีกันได้ไม่นาน
กระนั้น เสียงหนุนให้แก้อย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง ออกมาสวน “บิ๊กเหลิม” ว่า ถ้าไม่เร่งแก้ ก็จะเจอองค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยฉบับนี้รุมขย้ำจนรัฐบาลทำงานไม่ได้ และสุดท้ายก็อยู่ไม่ได้นานเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์
ดังนั้น ทฤษฎีที่ว่าสร้างผลงานก่อนแล้วค่อยแก้ จึงไม่ถูก แต่ต้องใช้โอกาสที่เพิ่งเป็นรัฐบาล เร่งจัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ก่อน
แต่ว่าไปแล้ว นี่อาจเป็นแผนของพรรคเพื่อไทยที่ใช้ “บิ๊กเหลิม” เป็นตัวละครคอยสับขาหลอก ว่ารัฐบาลไม่อยากแก้ เป็นห่วงความรู้สึกประชาชน เพราะ “บิ๊กเหลิม” กับก๊วนเสื้อแดงในพรรคก็คือมือไม้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเจ้าตัวเคยเปิดบ้านเชิญ จตุพร ณัฐวุฒิ มาพูดคุยออกรสออกชาติอย่างเป็นกันเอง
ย้อนกลับดูยุทธวิธีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเพื่อไทยที่ผ่านมา ก็หลากหลาย ทั้ง “ลูกบู๊ลูกบุ๋น” หวัง ให้ฝ่ายตรงข้ามจับทางไม่ถูก เช่น ในขบวนการเสื้อแดงก็มีทั้งแดงกระทบเจ้า กับแดงรักเจ้า ในเพื่อไทยก็มี สส.เสื้อแดง สส.เพื่อไทย สายเย็น สายฮาร์ดคอร์ จังหวะไหนจะใช้เกมไหนก็เลือกให้ตัวละครแต่ละกลุ่มเดิน กดดัน ต่อรอง ยืดหยุ่นประนีประนอมตามสถานการณ์การเมืองแต่ละช่วง
เนื่องจากเป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีหลายระดับ ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายที่เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร ออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อกลับไทย ต้องเจอกับการต่อต้านหลายรูปแบบ จึงต้องมีหลายกลยุทธ์ไว้ลวงพรางสับขาหลอก
เหมือนอย่างการออก พ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษที่ “บิ๊กเหลิม” หลอกให้ตายใจ ก่อนจะถูกจับได้ว่าเตรียมแก้กฎหมายเพื่อเอื้อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงต้องเล่นหลายหน้าให้สังคมงง กลุ่มต่อต้านจับทางไม่ได้ว่าแก้หรือไม่แก้ จะแก้แบบไหน เช่น เดิมจะให้มี ส.ส.ร. 99 คน เหมือนสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับการยอมรับในชุดปี 2540 ต่อมา นพ.เหวง ค่อยๆ เขยิบเสนอให้มี 100 คน ตัด ส.ส.ร.สายนักวิชาการทิ้ง กระทั่งแว่วว่าพรรคเพื่อไทยมีพิมพ์เขียวสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะคลอด และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้หมดแล้ว รอแค่เสียงนกหวีดยื่นร่างรัฐธรรมนูญเข้าสภาเมื่อไรเท่านั้น
เกมนี้เพื่อไทยต้องเล่นบทหลายหน้า กวนประเด็นให้สังคมมึนงงเข้าไว้จะได้ค้านไม่ถูก แต่เป้าหมายแจ่มชัดและไปไกลกับรัฐธรรมนูญสีแดงที่จะบังคับใช้ในปีหน้าแล้ว...







